Close sidebar

10 กล่องรับสัญญาณดาวเทียม ที่ดีที่สุดในปี 2021

กล่องรับสัญญาณดาวเทียม

ทีวีดิจิทัล คือศัพท์ทางเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในปี พ.ศ. 2557 โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “โทรทัศน์ภาพพื้นดินระดับดิจิทัล” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการส่งคลื่นสัญญาณวิทยุ ไปยังโทรทัศน์ด้วยรูปแบบของสัญญาณดิจิทัล ที่เข้ามาแทนที่ระบบทีวีแอนะล็อกที่ใช้งานอย่างแพร่หลายในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งการที่ทุกท่านจะสามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้นั้น จำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ที่ชื่อว่า “กล่องทีวีดิจิทัล” หรือกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ในการรับสัญญาณนั่นเอง

ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบัน มีกล่องทีวีดิจิทัลนำมาวางจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นแบรนด์ที่รับผลิตอุปกรณ์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบสัญญาณ และการเชื่อมต่อโทรทัศน์โดยเฉพาะ จึงส่งให้ผู้ใช้งานหลายคนไม่ไว้วางใจที่จะเลือกซื้อ เนื่องจากมีชื่อผลิตภัณฑ์ที่ไม่คุ้นหูเท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้นในวันนี้ทางเราก็มีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง ที่จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ 10 แบรนด์ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อให้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

กล่องทีวีดิจิทัล หรือกล่องรับสัญญาณดาวเทียม คืออะไร

กล่องทีวีดิจิทัล คืออุปกรณ์อีกหนึ่งประเภทที่ใช้ทำงานร่วมกันกับโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่าจอนูน หรือรุ่นใหม่จอแบน ที่ไม่มีเสารับสัญญาณทีวีดิจิตอลภายในตัวเครื่อง เพราะฉะนั้นกล่องทีวีดิจิทัลจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในการเป็นตัวกลางสำหรับรับสัญญาณทีวีดิจิตอลนั่นเอง เนื่องจากในปัจจุบันโทรทัศน์ของใครหลายคน ไม่สามารถใช้งานร่วมกับระบบทีวีดาวเทียม หรือเคเบิลทีวีได้ จึงส่งผลให้ไม่สามารถเลือกรับชมช่องฟรีทีวีต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุผลที่ว่าประเทศไทยได้ทำการยุติการแพร่สัญญาณออกอากาศ ของสถานีโทรทัศน์ในระบบแอนะล็อกอย่างเป็นทางการโดยสมบูรณ์ ในปี พ.ศ. 2563 เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง

วิธีการเลือกซื้อกล่องรับสัญญาณดาวเทียม

อย่างที่ทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า ในปัจจุบันมีกล่องรับสัญญาณดาวเทียมจัดจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นทุกท่านจึงจำเป็นจะต้องตัดสินใจซื้อให้เป็นอย่างดี โดยจะต้องพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น ระดับความคมชัดของภาพ ฟังก์ชันเสริมของกล่องทีวี พอร์ตที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อของกล่องทีวีรุ่นต่าง ๆ คุณภาพ ราคา และอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะถ้าหากทุกท่านไม่ไตร่ตรองให้ดี ก็อาจจะทำให้ได้รับกล่อง ที่ไม่สามารถตอบโจทย์ตามความต้องการได้ดีเท่าที่ควร จนก่อให้เกิดการเสียเวลา และเสียเงินเพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุแต่อย่างใด

และที่สำคัญก็คือ ทุก ๆ ท่านจงอย่าได้เห็นแก่ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกจนน่าสงสัยมากจนเกินไปนัก เพราะอาจจะเป็นสินค้าลอกเลียนแบบ ที่ไม่มีมาตรฐาน ไม่แข็งแรงทนทาน ใช้เพียงไม่กี่ครั้งก็เป็นอันแน่นิ่งไปอย่างไม่รู้สาเหตุ อีกทั้งการรับประกันก็ไม่มี จึงทำให้อรรถรสในการรับชมสิ่งต่าง ๆ ในแต่ละวันของทุกท่านั้น เป็นอันต้องติดขัด และไม่น่ารับชมต่ออีกต่อไปก็เป็นได้นั่นเอง

10 อันดับกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ในปัจจุบัน

1. AJ DVB-90

2. Aconatic 357T2

3. PSI S4

4. FAMILY Wisdom DR-111

5. Creactech CT-4

6. NANO DT-T2A

7. Sonar HD-T2F11(F03)

8. COMPRO TR-T2B

9. infosat HD-T2

10. SAMART Strong PRO

1. AJ DVB-90

AJ DVB-90

แบรนด์: AJ DVB-90

ความคมชัด: Full HD 1080p

พอร์ตเชื่อมต่อ: USB, RF IN/OUT, HDMI, A/V, Coaxial

ฟังก์ชันเสริม: OSD, Subtitle

ราคา: 690 บาท

AJ DVB-90 มีความโดดเด่นในส่วนของตัวเครื่อง ที่ค่อนข้างโปร่ง มาพร้อมกับรูระบายความร้อนรอบทิศ มีคุณสมบัติในการช่วยระบายความร้อนได้เป็นอย่างดีเยี่ยม แม้ใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน ประกอบกับยังช่วยประหยัดไฟฟ้า เนื่องจากใช้กำลังไฟฟ้าระหว่างที่ใช้งานเพียงแค่ 8W เท่านั้น ซึ่งกล่องรับสัญญาณดาวเทียมรุ่นนี้ สามารถรับสัญญาณได้มากถึง 36 ช่องด้วยกัน อีกทั้งยังมีฟังก์ชันพิเศษ อาทิ การล็อกช่องรายการทีวีบางช่อง ให้พ้นจากสายตาเด็ก ๆ รวมถึงภายในกล่องก็ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆ อย่างครบครัน ที่พร้อมต่อการใช้งานได้อย่างทันทีทันใด โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องไปหาซื้ออุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มเติมแต่อย่างใด 

ข้อดี

– ป้องกันความร้อนสะสมภายในตัวเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– ใช้กำลังไฟฟ้าเพียง 8W ทำให้ประหยัดไฟฟ้าเป็นอย่างมาก

– สามารถล็อกช่องรายการได้อย่างง่ายดาย

– มีอุปกรณ์อย่างครบครัน

ข้อเสีย

2. Aconatic 357T2

Aconatic 357T2

แบรนด์: Aconatic 357T2

ความคมชัด: Full HD 1080p

พอร์ตเชื่อมต่อ: USB, HDMI, A/V, RF IN/OUT

ฟังก์ชันเสริม: PVR, Timeshift

ราคา: 890 บาท

Aconatic 357T2 กล่องรับสัญญาณดาวเทียมขนาดเล็ก กะทัดรัด ไม่ทำให้เปลืองพื้นที่ในการติดตั้งแต่อย่างใด อีกทั้งยังมาพร้อมกับฟังก์ชันการทำงานอย่างครบกัน อาทิ การรับสัญญาณดิจิทัลได้มากถึง 48 ช่อง มีพอร์ต USB บริเวณด้านหน้าตัวเครื่อง ที่สามารถใช้งานร่วมกันกับ External HDD ได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการนำเข้าข้อมูลต่าง ๆ ที่ทุกท่าต้องการรับชมได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น ประกอบกับความคมชัดระดับ Full HD ที่สำคัญก็คือรองรับระบบหลากภาษา (OSD Multi Language) และยังสามารถแสดงซับไตเติ้ลได้ตามต้องการอีกด้วย

ข้อดี

– ขนาดเล็ก ไม่เปลืองพื้นที่

– มีฟังก์ชันการทำงานที่ครบครัน

– สามารถนำเข้าข้อมูลที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– รองรับการทำงานหลากหลายภาษา

ข้อเสีย

3. PSI S4

PSI S4

แบรนด์: PSI S4

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  ลำโพง โฮมเธียเตอร์ ที่ได้รับความนิยมทั้ง 10 อันดับของปี 2020

ความคมชัด: Full HD 1,080p

พอร์ตเชื่อมต่อ: HDMI, USB, A/V, RF IN/OUT

ฟังก์ชันเสริม: Wi-Fi, YouTube, ทีวีดาวเทียม

ราคา: 990 บาท

PSI S4 ถือเป็นหนึ่งในกล่องรับสัญญาณดาวเทียมไฮบริด ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการ และตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีเยี่ยม เนื่องจากมีคุณสมบัติในการรับสัญญาณทีวี ได้ถึง 2 ระบบด้วยกัน นั่นก็คือ สัญญาณทีวีดิจิทัลและสัญญาณทีวีดาวเทียม ประกอบกับยังได้ทำการติดตั้งแอปพลิเคชัน YouTube ไว้ในตัวอีกด้วย ทำให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายเป็นอย่างมาก และที่สำคัญก็คือสามารถเชื่อมต่อกับสัญญาณอินเทอร์เน็ต Wi-Fi เพื่อควบคุม และทำการปรับแต่งการทำงานของกล่องทีวี ด้วยแอปพลิเคชัน S+ Hybrid ผ่านสมาร์ตโฟนได้อีกด้วย

ข้อดี

– รับสัญญาณทีวีได้ถึง 2 ระบบ

– ติดตั้งแอปพลิเคชัน YouTube มาในตัว

– สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย

ข้อเสีย

4. FAMILY Wisdom DR-111

FAMILY Wisdom DR-111

แบรนด์: FAMILY Wisdom DR-111

ความคมชัด: Full HD 1080p

พอร์ตเชื่อมต่อ: USB, HDMI, Coaxial, RF IN/OUT, A/V, RCA

ฟังก์ชันเสริม: EPG

ราคา: 690 บาท

FAMILY Wisdom DR-111 มาพร้อมกับประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้น ด้วยความคมชัดระดับ Full HD และมีพอร์ตเชื่อมต่ออย่างครบครัน อาทิ USB, HDMI, RCA และช่องต่อ Coaxial ที่มีคุณสมบัติในการรองรับการทำงานกับเครื่องเสียงระบบ 5.1 CH และที่สำคัญก็คือ สามารถตรวจผังรายการล่วงหน้าได้อย่างง่ายดาย ด้วยการใช้ระบบ EPG (Electronic Program Guide) ประกอบกับยังมีคุณสมบัติในการรองรับไฟล์ได้อย่างหลากหลาย อาทิ MP3, MP4, FLV, AVI และอีกมากมาย

ข้อดี

– ความคมชัดระดับ Full HD

– มีพอร์ตเชื่อมต่ออย่างหลากหลาย

– สามารถตรวจผังรายการล่วงหน้าได้อย่างง่ายดาย

– รองรับไฟล์ได้อย่างหลากหลายนามสกุล

ข้อเสีย

5. Creactech CT-4

Creactech CT-4

แบรนด์: Creactech CT-4

ความคมชัด: Full HD 1080p

พอร์ตเชื่อมต่อ: HDMI, USB, RCA, RF IN/OUT

ฟังก์ชันเสริม: Timeshift, Auto Scan

ราคา: 699 บาท

Creactech CT-4 ถือเป็นอีกหนึ่งกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ที่ครบเครื่องเป็นอย่างมาก เนื่องจากมาพร้อมกับฟังก์ชันต่าง ๆ ที่พร้อมมอบความสะดวกสบาย ให้กับผู้รับชมอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ระบบค้นหาช่องอย่างอัตโนมัติ (Auto Scan) ระบบหยุดรายการที่กำลังรับชมชั่วคราว (Timeshift) อีกทั้งยังสามารถบันทึกรายการต่าง ๆ ไว้ดูภายหลังได้อีกด้วย โดยสามารถใช้งานผ่านอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น แฟลชไดร์ฟ หรือ External HDD ในการจัดเก็บไฟล์ต่าง ๆ ที่ได้บันทึกไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญก็คือ สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดการทำงานของกล่องรับสัญญาณได้อีกด้วย

ข้อดี

– ค้นหาช่องได้อย่างอัตโนมัติ

– บันทึกรายการที่ชื่นชอบไว้ดูภายหลังได้

– รองรับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ 

– ตั้งเวลาเปิด-ปิดกล่องรับสัญญาณได้ตามต้องการ

ข้อเสีย

6. NANO DT-T2A

NANO DT-T2A

แบรนด์: NANO DT-T2A

ความคมชัด: Full HD 1080p

พอร์ตเชื่อมต่อ: USB, HDMI, RCA, Coaxial, RF IN/OUT

ฟังก์ชันเสริม: – 

ราคา: 690 บาท

NANO DT-T2A กล่องรับสัญญาณดาวเทียมที่มาพร้อมกับพอร์ต USB และหน้าจอแสดงผลแบบ LED ที่มีคุณสมบัติในการแจกแจงรายละเอียดต่าง ๆ ที่กำลังรับชม ณ ช่วงเวลานั้น อีกทั้งยังมีปุ่มกดสำหรับเปลี่ยนช่อง ที่ได้ติดตั้งเอาไว้ที่บริเวณด้านหน้ากล่อง เพื่อป้องกันกรณีที่หารีโมตคอนโทรลไม่เจอนั่นเอง ในส่วนของความคมชัดของการแสดงภาพ ก็อยู่ที่ระดับ Full HD ความละเอียด 1,080p ที่ช่วยให้ทุกท่านสามารถเลือกรับชมรายการต่าง ๆ ได้อย่างเต็มอรรถรส นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบผังรายการล่วงหน้า ได้มากถึง 7 วัน ในส่วนของด้านหลังตัวเครื่องก็จะประกอบไปด้วยพอร์ตต่าง ๆ อาทิ HDMI, RCA, RF IN/OUT, Coaxial เรียกได้ว่าครบเครื่องเป็นอย่างมาก แถมราคาก็ยังสบายกระเป๋าอีกด้วย

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  10 อันดับ โน๊ตบุ๊ค Dell รุ่นไหนดี

ข้อดี

– มีฟังก์ชันการทำงานที่ค่อนข้างหลากหลาย

– มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน รองรับทุกอุปกรณ์

– ให้ความคมชัดระดับ Full HD

ข้อเสีย

7. Sonar HD-T2F11(F03)

Sonar HD-T2F11(F03)

แบรนด์: Sonar HD-T2F11(F03)

ความคมชัด: FULL HD 1080p

พอร์ตเชื่อมต่อ: USB, HDMI, RCA, Coaxial

ฟังก์ชันเสริม: EPG, บันทึกรายการล่วงหน้า

ราคา: 990 บาท

Sonar HD-T2F11(F03) หนึ่งในกล่องรับสัญญาณดาวเทียมที่ค่อนข้างน่าจับตามองเป็นอย่างมาก ด้วยฟังก์ชันพื้นฐานการทำงานที่มีมาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การรับสัญญาณได้มากถึง 48 ช่อง ด้วยความคมชัดระดับ Full HD และความละเอียดที่ 1,080p นอกจากนี้ยังสามารถรองรับระบบได้อย่างหลากหลาย อาทิ PAL/NTSC ในส่วนของเมนูต่าง ๆ ก็จะมีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ช่วยให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายทุกสัญชาติเลยนั่นเอง อีกทั้งยังได้ทำการติดตั้งปุ่มกดเปลี่ยนช่อง ที่บริเวณด้านหน้าของตัวเครื่องอีกด้วย และที่สำคัญก็คือ สามารถบันทึกรายการล่วงหน้าได้ตามต้องการ

ข้อดี

– รับสัญญาณได้มากถึง 48 ช่อง

– มีความคมชัดระดับ Full HD

– รองรับการทำงานได้อย่างหลากหลาย

ข้อเสีย

8. COMPRO TR-T2B

COMPRO TR-T2B

แบรนด์: COMPRO TR-T2B

ความคมชัด: Full HD 1080p

พอร์ตเชื่อมต่อ: USB, HDMI, RCA, RF IN/OUT, Coaxial

ฟังก์ชันเสริม: Timeshift, PVR

ราคา: 590 บาท

COMPRO TR-T2B ที่มาพร้อมกับระบบพิเศษอย่าง Timeshift ที่สามารถช่วยให้ทุกท่านสามารถกดหยุดรายการต่าง ๆ ได้ในชั่วขณะ รวมถึงยังสามารถเลือกข้ามรายการนั้น ๆ ได้ตามต้องการ ในส่วนขององค์ประกอบอื่น ๆ ก็ถือว่าให้มาได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น พอร์ต USB ที่บริเวณด้านหน้าตัวเครื่อง และหน้าจอ LED ที่ใช้สำหรับแสดงตัวเลขของช่องทีวีที่กำลังรับชมอยู่ในช่วงเวลานั้น ประกอบกับปุ่มเปลี่ยนช่องที่ด้านข้าง ในส่วนของความคมชัดก็อยู่ที่ระดับ Full HD 1,080 อีกด้วย

ข้อดี

– มีฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ครบครัน สะดวกสบายในการใช้งานเป็นอย่างมาก

– กดหยุดหรือข้ามรายการต่าง ๆ ได้ตามต้องการ

– มีความคมชัดระดับ Full HD

ข้อเสีย

9. infosat HD-T2

infosat HD-T2

แบรนด์: infosat HD-T2

ความคมชัด: Full HD 1080p

พอร์ตเชื่อมต่อ: USB, HDMI, RF IN/OUT, RCA

ฟังก์ชันเสริม: Auto Scan, PVR, เปลี่ยนโลโก้และ Welcome Page

ราคา: 450 บาท

infosat HD-T2 ถือเป็นกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ที่มีความเสถียรเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีความคมชัด และไม่มีการกระตุกแม้แต่น้อย โดยมีความคมชัดสูงสุดระดับ Full HD 1,080p พร้อมกับชิปเซ็ทรับสัญญาณที่มีประสิทธิภาพสูงจาก SONY ประกอบกับมีระบบ Auto Scan ที่มีคุณสมบัติในการค้นหาช่องต่าง ๆ ได้อย่างอัตโนมัติ เรียกได้ว่า ช่วยประหยัดเวลาในการติดตั้งได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีฟีเจอร์พิเศษ เช่น การเปลี่ยนโลโก้บนเมนูของตัวเครื่อง รวมถึงหน้า Welcome Page ได้ตามความต้องการ จึงเหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจโรงแรมและที่พัก

ข้อดี

– มีความเสถียรสูง ทำให้ภาพไม่กระตุก

– สามารถค้นหาช่องได้อย่างอัตโนมัติ

– สามารถเปลี่ยนโลโก้ และข้อความบนตัวเครื่องได้ตามต้องการ

ข้อเสีย

10. SAMART Strong PRO

SAMART Strong PRO

แบรนด์: SAMART Strong PRO

ความคมชัด: Full HD 1080p

พอร์ตเชื่อมต่อ: USB, HDMI, Coaxial, RCA

ฟังก์ชันเสริม: Dolby Digital, AD, EPG, Timeshift

ราคา: 550 บาท

SAMART Strong PRO มีความโดดเด่นในเรื่องของการรองรับระบบเสียง แบบ Dolby Digital ที่ช่วยให้ทุกท่านสามารถรับฟังเสียงต่าง ๆ ได้อย่างเต็มอรรถรส อีกทั้งยังรองรับระบบคำอธิบายเสียง (Audio Description : AD) สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการได้ยิน ในส่วนของฟังก์ชันอื่น ๆ ก็ยังมีมาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบค้นหาช่องรายการต่าง ๆ อย่างอัตโนมัติ การรองรับความคมชัดของภาพ ในระดับ Full HD ประกอบกับยังมีการออกแบบให้มีขนาดที่เล็ก และกะทัดรัด ทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ในการติดตั้งแต่อย่างใด

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  10 อันดับ iPad รุ่นไหนดี ในปี 2021

ข้อดี

– มีขนาดเล็กกะทัดรัด ช่วยให้ประหยัดพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก

– มีฟังก์ชันต่าง ๆ อย่างครบครัน

– มีระบบเสียงที่มีคุณภาพ

– มีการรองรับคำอธิบายเสียงสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการได้ยิน

ข้อเสีย

จากที่กล่าวไปทั้งหมดนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า 10 กล่องรับสัญญาณดาวเทียมต่าง ๆ ค่อนข้างมีคุณสมบัติที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแบรนด์เป็นอย่างมาก ซึ่งอาจจะสามารถตอบโจทย์ตามความต้องการ ของผู้ใช้งานหลายท่านได้เป็นอย่างดีเยี่ยม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อการใช้งานอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ทุกท่านจำเป็นจะต้องเลือกซื้อกล่องรับสัญญาณที่ตรงกับความต้องการตนเองให้ได้มากที่สุด และที่สำคัญก็คือ จะต้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ลอกเลียนแบบอย่างเด็ดขาด เนื่องจากไม่ได้มาตรฐาน และไม่มีความปลอดภัยเท่าไหร่นัก ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาในภายหลังได้เลยนั่นเอง