Close sidebar

10 โปรเจคเตอร์ ประจำปี 2021 ยี่ห้อไหนจะปัง ไปดูกัน

โปรเจคเตอร์

โปรเจคเตอร์ ถือเป็นอุปกรณ์อีกประเภทหนึ่ง ที่มีลักษณะการใช้งานที่ใกล้เคียงกันกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ และโทรทัศน์ ซึ่งมีหน้าที่ในการช่วยแสดงผลของข้อมูลต่าง ๆ ที่กำลังเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ เช่น แท็บเล็ตและโทรทัศน์ ไปบนพื้นผิวต่าง ๆ ที่ทุกท่านต้องการให้ข้อมูลต่างแสดงผลอย่างอิสระ อาทิ ผนังห้อง เพดานห้อง รวมถึงพื้นหลังประเภทต่าง ๆ ประกอบกับโปรเจคเตอร์ยังสามารถที่จะปรับขนาด ซูมเข้าและซูมออก รวมถึงปรับความคมชัดได้ตามความต้องการ ส่งผลให้มีความยืดหยุ่นในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มักถูกนิยมใช้กับสถานที่ที่มีความกว้างขวาง เพื่อรองรับการใช้งานกับกลุ่มคนจำนวนมากนั่นเอง

แต่ทว่าในปัจจุบันอุปกรณ์ดังกล่าว ค่อนข้างมีตัวเลือกให้ทุกท่านได้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของคุณภาพ ราคา ฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงความสะดวกสบายในการพกพา จึงทำให้หลาย ๆ ท่านนิยมเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ไว้ใช้สำหรับเป็นเครื่องนันทนาการในวันหยุด ไม่ว่าจะเป็น การรับชมภาพยนตร์หรือเล่นเกม รวมถึงยังสามารถใช้ทำงานได้อีกด้วย และสำหรับท่านที่มีความสนใจ และต้องการเลือกซื้อโปรเจคเตอร์มาไว้ในครอบครองแล้วล่ะก็ ทางเราก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ 10 โปรเจคเตอร์แบรนด์ดัง ในปี 2021 เพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกซื้อได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

วิธีเลือกซื้อโปรเจคเตอร์

การที่ทุกท่านต้องการที่จะได้โปรเจคเตอร์สักหนึ่งเครื่อง ที่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของทุกท่านได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีวิธีการเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ที่ดีด้วยเช่นกัน โดยจะต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายส่วน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • เลือกจากรายละเอียดการแสดงผล ถือเป็นปัจจัยแรกที่ทุกท่านจำเป็นจะต้องทำการพิจารณา หากต้องการที่จะตัดสินใจซื้อโปรเจคเตอร์สักเครื่อง เนื่องจากส่งผลต่อการแสดงภาพที่คมชัด และสมจริงโดยตรง ทั้งนี้เพื่อเป็นความเพิ่มอรรถรสในการรับชมอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง นอกจากนี้ยังจำเป็นจะต้องเลือกการแสดงผลระดับ Full HD เพื่อเอื้อให้การแสดงผลมีความชัดเจน และช่วยลดโอกาสในการแสดงผลข้อมูลที่ผิดเพี้ยนได้อีกด้วย
  • เลือกจากระยะในการฉายภาพ ในเรื่องของระยะการฉายภาพก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทุกท่านจำเป็นจะต้องทำการพิจารณาด้วยเช่นเดียวกัน โดยจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง และพื้นที่ในการใช้งานด้วย เพราะถ้าหากเป็นโปรเจคเตอร์รุ่นที่มีระยะในการฉายภาพที่มากจนเกินไป สำหรับห้องที่มีขนาดเล็ก ก็อาจจะส่งผลให้ไม่สามารถแสดงผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะต้องเปลี่ยนไปเลือกโปรเจคเตอร์ที่มีระยะในการฉายภาพที่สั้นลง จึงจะถือเป็นทางเลือกที่ดีเป็นอย่างมากเลยนั่นเอง
  • เลือกจากขนาดของการแสดงภาพ เนื่องจากขนาดของหน้าจอที่แตกต่างกัน ก็สามารถส่งผลให้ความรู้สึกในการรับชมสิ่งต่าง ๆ แตกต่างกันออกไปเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะขนาดของการแสดงภาพ ที่มีขนาด 100 นิ้วขึ้นไป ก็จะทำให้ทุกท่านสามารถรับชมสื่อต่าง ๆ ได้อย่างเต็มตามากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จำเป็นจะต้องเลือกขนาดของการแสดงภาพ ให้เหมาะสมขนาดของพื้นที่ด้วยเช่นกัน 

ซึ่งต้องบอกเลยว่าปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าว ล้วนส่งผลกระทบต่ออรรถรสในการรับชมสื่อต่าง ๆ เป็นอย่างมาก หากทุกท่านนำวิธีการเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ข้างต้น ไปปรับใช้ได้อย่างดีเยี่ยม ก็จะช่วยให้ได้รับโปรเจคเตอร์ที่เหมาะสมกับความต้องการได้เป็นอย่างดีเยี่ยม

10 โปรเจคเตอร์ ที่ทุกคนควรมีติดบ้าน

1. Xiaomi Mijia Smart Compact DLP Office Conference Projector

2. PROJECTOR RD806 LED 2800 Lumens

3. WIFI Projector P8

4. Halo LED Troprecis-T6

5. Mirval Y8a

6. OWLENZ SD150

7. SOTIAY HD 3d WIFI

8. LEJIADA 802

9. Nanotech UC46 PLUS

10. Mini YG300 LCD Projector

1. Xiaomi Mijia Smart Compact DLP Office Conference Projector

Xiaomi Mijia Smart Compact DLP Office Conference Projector

แบรนด์/รุ่น: Xiaomi Mijia Smart Compact DLP Office Conference Projector

ความละเอียดของวิดีโอ: Full HD

ระยะในการฉายภาพ: 1-4 เมตร

ขนาดตัวเครื่อง: 11.5x15x15 เซนติเมตร

น้ำหนัก: 1.3 กิโลกรัม 

Xiaomi Mijia Smart Compact DLP Office Conference Projector โปรเจคเตอร์ขนาดเล็ก กะทัดรัด เหมาะสำหรับการพกพาเป็นอย่างยิ่ง ที่มาพร้อมกับดีไซน์การออกแบบที่ค่อนข้างทันสมัย อีกทั้งยังมีคุณสมบัติต่าง ๆ มากมาย ที่จะช่วยให้ทุกท่านใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมถึงรับชมสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการแสดงผลระดับ Full HD ที่ทำให้ภาพวิดีโอต่าง ๆ มีคุณภาพด้วยไดนามิกแบบ HDR10 ที่มีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มความสมจริงให้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถควบคุมการสั่งการฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ด้วยระบบสั่งการด้วยเสียง

นอกจากนี้ก็ยังมาพร้อมกับรีโมตคอนโทรล ที่ใช้สำหรับควบคุมการทำงานของตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ ในส่วนของประสิทธิภาพการทำงานก็ถือว่าสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ด้วยระยะฉายภาพระยะ 1-4 เมตร ที่ถือเป็นระยะการฉายภาพที่เหมาะสม อีกทั้งยังมาพร้อมกับลำโพงกระจายเสียงขนาดใหญ่ ที่สามารถรองรับระบบเสียงแบบ Dolby และระบบโฟกัสอัตโนมัติ เมื่อเปิดใช้งานตัวเครื่อง รวมถึงมีช่อง Optical RGB ที่สามารถทำงานร่วมกับ BP 4 ช่องได้เป็นอย่างดีเยี่ยม

ข้อดี

– มีระบบโฟกัสอัตโนมัติ

– มีการแสดงผลวิดีโอแบบ HDR10

– มีระบบช่วยระบายความร้อน และมีเสียงรบกวนที่ค่อนข้างต่ำ

ข้อเสีย

– ไม่เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่

2. PROJECTOR RD806 LED 2800 Lumens

PROJECTOR RD806 LED 2800 Lumens

แบรนด์/รุ่น: PROJECTOR RD806 LED 2800 Lumens

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  กล้อง Mirrorless ยี่ห้อไหนที่ได้รับความสนใจมากที่สุด

ความละเอียดของวิดีโอ: Full HD

ระยะในการฉายภาพ: 1.7-9.2 เมตร

ขนาดตัวเครื่อง: 33.6×26.3×11.8 เซนติเมตร

น้ำหนัก: 3.5 กิโลกรัม

PROJECTOR RD806 LED 2800 Lumens เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ ความละเอียด Full HD ที่มาพร้อมกับระบบเสียง Dolby Digital ที่มีระยะการฉายภาพอยู่ที่ 1.7-9.2 เมตร ที่ช่วยให้สามารถแสดงผลได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เหมือนกับว่ามีโรงภาพยนตร์ส่วนตัวในบ้านเลยนั่นเอง ประกอบกับการทำงานของ Super color technology และค่าความสว่างในระดับ 2,800 Lumens ที่มีคุณสมบัติในการช่วยให้แสดงภาพสิ่งต่าง ๆ อย่างคมชัด และสมจริงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ที่สำคัญก็คือโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ มีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างยาวนานหลายปีเลยทีเดียว

ข้อดี

– มีระบบ Super color technology ที่ช่วยให้ภาพคมชัด สีไม่ผิดเพี้ยน

– มีระบบเสียงแบบ Dolbt Digital

ข้อเสีย

– ไม่รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย

3. WIFI Projector P8

WIFI Projector P8

แบรนด์/รุ่น: WIFI Projector P8

ความละเอียดของวิดีโอ: Full HD

ระยะในการฉายภาพ: 0.3-3 เมตร

ขนาดตัวเครื่อง: 8×14.7×18 เซนติเมตร

น้ำหนัก: 250 กรัม

WIFI Projector P8 อีกหนึ่งโปรเจคเตอร์ขนาดเล็ก กะทัดรัด ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่เหนือความคาดหมาย เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การเล่นวิดีโอเกม การใช้งานในรูปแบบโฮมเธียเตอร์ รวมถึงการใช้งานเพื่อความบันเทิงต่าง ๆ ที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย ผ่านการเชื่อมต่อแบบไร้สาย Bluetooth 4.0 บนเครื่องสมาร์ตโฟน รวมถึงการเชื่อมต่อด้วยพอร์ต HDMI, USB และ DC กับอุปกรณ์อื่น ๆ ที่สามารถรองรับได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 4,500 mAh ที่ช่วยให้ตัวเครื่องโปรเจคเตอร์สามารถทำงานได้ยาวนานถึง 2 ชั่วโมงเต็ม

ข้อดี

– มีขนาดเล็ก กะทัดรัด สามารถพกพาได้อย่างสะดวก

– มีขนาดการฉายภาพตั้งแต่ 40-120 นิ้ว

– รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย

ข้อเสีย

– มีระยะเวลาในการทำงานที่ค่อนข้างจำกัด

4. Halo LED Troprecis-T6

Halo LED Troprecis-T6

แบรนด์/รุ่น: Halo LED Troprecis-T6

ความละเอียดของวิดีโอ: HD

ระยะในการฉายภาพ: 1-4 เมตร

ขนาดตัวเครื่อง: 25x17x8 เซนติเมตร

น้ำหนัก: 12.8 กิโลกรัม

Halo LED Troprecis-T6 โปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ ที่ได้มีการออกแบบให้มีความทันสมัยเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบเสียง และการแสดงผลภาพที่มีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภาพถ่าย และวิดีโอประเภทต่าง ๆ ที่สามารถรองรับระบบเชื่อมแต่แบบไร้สายผ่านระบบ Wifi ที่ง่ายดายเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ก็ยังสามารถเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB, HDMI, SD card และ Audio 3.5 มิลลิเมตรได้อีกด้วย อีกทั้งยังมาพร้อมกับลำโพงแบบไดอะเฟลมคุณภาพสูง ที่สร้างระบบเสียงในการใช้งานได้อย่างกว้างขวาง และสร้างอรรถรสในการใช้งานได้เป็นอย่างดีเยี่ยม ด้วยหลักการสะท้อนแสงแบบกระจาย เพื่อเพิ่มความคมชัดได้เป็นอย่างมากเลยนั่นเอง

ข้อดี

– ระบบเสียงคุณภาพสูง

– มีการออกแบบที่ทันสมัย

ข้อเสีย

– มีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ พกพาไม่สะดวก

5. Mirval Y8a

Mirval Y8a

แบรนด์/รุ่น: Mirval Y8a

ความละเอียดของวิดีโอ: 4K

ระยะในการฉายภาพ: 1-4 เมตร

ขนาดตัวเครื่อง: –

น้ำหนัก: –

Mirval Y8a โปรเจคเตอร์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่ช่วยให้ทุกท่านรับชมสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ผ่านหน้าจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่ ถึง 200 นิ้ว นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานร่วมกันกับสมาร์ตโฟนได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Android หรือ iOS ผ่านการใช้งานที่สะดวกสบายอย่างถึงที่สุด อย่างการเชื่อมต่อระบบไร้สาย ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth และ Wifi นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานผ่านอุปกรณ์อื่น ๆ ได้โดยตรงเช่นเดียวกัน อาทิ แฟลชไดร์ฟ แล็ปท็อป เครื่องเกม และอื่น ๆ อีกมากมาย ในส่วนของการออกแบบนั้นถือว่า มีการออกแบบให้คงความคลาสสิคได้เป็นอย่างดีเยี่ยม รวมถึงมีการปรับตั้งค่าระบบโฟกัสในการฉายภาพได้จากปุ่มปรับโฟกัส และ Keystone

ข้อดี

– รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 9.0

– รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย

– มีความละเอียดสูงสุด ที่ 4K

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  เพิ่มอรรถรสในการรับชมได้ง่าย ๆ ด้วย 10 โปรเจคเตอร์พกพา ประจำปี 2021

ข้อเสีย

– ไม่มีระบบโฟกัสแบบอัตโนมัติ

6. OWLENZ SD150

OWLENZ SD150

แบรนด์/รุ่น: OWLENZ SD150

ความละเอียดของวิดีโอ: HD

ระยะในการฉายภาพ: 1.33-4.2 เมตร

ขนาดตัวเครื่อง: –

น้ำหนัก: 1.25 กิโลกรัม

OWLENZ SD150 โปรเจคเตอร์ที่สามารถเชื่อมต่อได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนระบบปฏิบัติการ iOS หรือ Android รวมไปถึงสามารถแสดงผลสิ่งต่าง ๆ ด้วยความละเอียดระดับสูง ไม่ว่าจะเป็น ภาพถ่าย วิดีโอ และระดับเสียง โดยโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ นับว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยการฉายภาพที่ความละเอียด HD 1,080P ที่สามารถขยายภาพให้ได้มากถึง 150 นิ้ว ซึ่งช่วยให้ทุกท่านสามารถรับชมสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเต็มอรรถรส อีกทั้งภาพต่าง ๆ ก็มีความคมชัด และสีไม่ผิดเพี้ยนแต่อย่างใด จากระบบ Professional Color Matching  

ข้อดี

– มีระยะในการโฟกัสอยู่ที่ 1.67 เมตร

– มีระบบ Professional Color Matching   ในการประมวลผลเสียง

ข้อเสีย

– ความละเอียดระดับ HD

7. SOTIAY HD 3d WIFI

SOTIAY HD 3d WIFI

แบรนด์/รุ่น: SOTIAY HD 3d WIFI

ความละเอียดของวิดีโอ: Full HD

ระยะในการฉายภาพ: 0.8-3.8 เมตร

ขนาดตัวเครื่อง: 20×13.5×6 เซนติเมตร

น้ำหนัก: –

SOTIAY HD 3d WIFI โปรเจคเตอร์ที่มีความละเอียดระดับ Full HD ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องของการใช้งานผ่านระบบปฏิบัติ Android ที่ขับเคลื่อนด้วย Ram ในการประมวลผลข้อมูลขนาด 2GB และ 16GB ควบคู่กัน นอกจากนี้ก็ยังมีระบบจอแบบ LCD ที่ใช้งานเทคโนโลยี M4 เพื่อใช้ในการคงความละเอียดของภาพได้อย่างมีมาตรฐาน SXGA ที่มีส่วนช่วยในการทำให้วิดีโอต่าง ๆ มีคุณภาพเป็นอย่างมาก อีกทั้งทุกท่านยังสามารถเลือกปรับค่าการแสดงผลได้ตามความต้องการ

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการสั่งการผ่านระบบรีโมตคอนโทรล ที่มีความง่ายดายเป็นอย่างมาก รวมทั้งฟังก์ชันการสั่งงานด้วยระบบเสียง ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อดี

– มีเทคโนโลยี M4 ในการช่วยประมวลผลสี

– รองรับการใช้งานระบบปฏิบัติการ Android

– มีระบบสั่งการด้วยเสียง และรีโมตคอนโทรล

ข้อเสีย

– ระยะในการฉายภาพค่อนข้างต่ำ

8. LEJIADA 802

LEJIADA 802

แบรนด์/รุ่น: LEJIADA 802

ความละเอียดของวิดีโอ: Full HD

ระยะในการฉายภาพ: 1.2-3.6 เมตร

ขนาดตัวเครื่อง: 17×11.5×7 เซนติเมตร

น้ำหนัก: 0.5 กิโลกรัม

LEJIADA 802 มินิโปรเจคเตอร์ ที่มีความละเอียดระดับ Full HD ที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยน้ำหนักเพียงแค่ 0.5 กิโลกรัมเท่านั้น อีกทั้งตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ยังถูกออกแบบให้มีความเล็ก กะทัดรัด เพื่อให้ใช้พื้นที่ในการจัดเก็บที่ค่อนข้างน้อย ในส่วนของการทำงานของระบบตัวเครื่อง ก็สามารถฉายภาพได้ภายในระยะ 1.2-3.6 เมตร ด้วยขนาดหน้าจอที่มีขนาดสูงสุดอยู่ที่ 100 นิ้ว และสามารถแสดงภาพวิดีโอได้อย่างคมชัด มีคุณภาพเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเลนส์ในการโฟกัสที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้งานหลอดไฟแบบ LED ที่มีอายุการใช้งาน ยาวนานกว่า 20,000 ชั่วโมง ที่มีคุณสมบัติในการช่วยให้หน้าจอมีความสว่างมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเพิ่มความคมชัดไปในตัวอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีความโดดเด่นในเรื่องของเสียง ที่มีความเบาอยู่ที่ 24 เดซิเบล ที่ช่วยให้มีเสียงรบกวนที่ค่อนข้างต่ำเป็นอย่างมาก แต่ทว่าโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ จะมีความเสียเปรียบตรงที่ไม่มีการรองรับการเชื่อมต่อด้วยระบบไร้สายแต่อย่างใด มีเพียงการรองรอบการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต HDMI, VGA, AV, USB และ Audio 3.5 mm. เพียงเท่านั้น

ข้อดี

– มีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 0.5 กิโลกรัม

– มีระดับเสียงของการทำงานของเครื่องโปรเจคเตอร์ เพียงแค่ 24 เดซิเบล

– มีเลนส์โฟกัสที่มีคุณภาพสูง

ข้อเสีย

– ไม่รองรับการเชื่อมต่อด้วยระบบไร้สาย

– ระยะในการฉายภาพค่อนข้างต่ำ

9. Nanotech UC46 PLUS

Nanotech UC46 PLUS

แบรนด์/รุ่น: Nanotech UC46 PLUS

ความละเอียดของวิดีโอ: Full HD

ระยะในการฉายภาพ: 1.07-3.8 เมตร

ขนาดตัวเครื่อง: 20.1×15.3×6.75 เซนติเมตร

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  เมาส์ไร้สายน่าใช้ปี 2021

น้ำหนัก: 1 กิโลกรัม

Nanotech UC46 PLUS ถือเป็นโปรเจคเตอร์ดีไซน์คลาสสิค ที่มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบาเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น อีกทั้งยังมีความละเอียดในระดับ Full HD ที่สามารถใช้งานติดต่อกันได้ยาวนานถึง 6 ชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับระบบปฏิบัติการ Android และ iOS และยังรวมถึงไปมีคุณสมบัติในการฉายภาพได้มากถึง 34-130 นิ้ว ด้วยระยะในการฉายภาพตั้งแต่ 1.07-3.8 เมตร ที่สามารถเชื่อมต่อพอร์ตต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย อาทิ SD card, USB, HDMI, VGA และ AV เรียกได้ว่าสามารถเชื่อมต่อได้อย่างหลากหลายแพลตฟอร์มเป็นอย่างมาก

อีกทั้งยังมาพร้อมกับลำโพงในตัว รวมถึงระบบเสียงที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ทุกท่านยังสามารถต่อลำโพงเพิ่มเติมได้ตามต้องการ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างระบบเสียงที่ดีขึ้นมากกว่าเดิมนั่นเอง เหนือสิ่งอื่นใดยังสามารถเลือกปรับโฟกัสได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็วเป็นอย่างมาก 

ข้อดี

– มีขนาดในการแสดงผล มากถึง 130 นิ้ว

– มีน้ำหนักเพียงแค่ 1 กิโลกรัม

– รองรับการเชื่อมต่อได้อย่างหลากหลาย

ข้อเสีย

– มีระยะเวลาการทำงาน สูงสุดแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น

10. Mini YG300 LCD Projector

Mini YG300 LCD Projector

แบรนด์/รุ่น: Mini YG300 LCD Projector

ความละเอียดของวิดีโอ: Full HD

ระยะในการฉายภาพ: 0.8-2 เมตร

ขนาดตัวเครื่อง: 13×8.5×4.5 เซนติเมตร

น้ำหนัก: 0.6 กิโลกรัม

Mini YG300 LCD Projector โปรเจคเตอร์ที่มีคุณภาพระดับ Full HD ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบ ที่ค่อนข้างเรียบง่าย และย้อนยุค ด้วยการเลือกใช้เฉดสีขาว และเฉดสีเหลืองผสมผสานกันออกมาได้อย่างลงตัว ในส่วนของการทำงานของโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ ถือว่าค่อนข้างเหมาะสมกับการใช้งานภายในบ้านพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น การรับชมภาพยนตร์ หรือการแสดงภาพถ่ายต่าง ๆ จากระยะฉายภาพระหว่าง 0.8- 2 เมตร ที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในห้องนอนที่มีขนาดเล็ก และด้วยน้ำหนักเพียง 0.6 กิโลกรัม ที่ส่งผลให้สามารถจัดวางได้อย่างง่ายดาย โดยไม่เปลืองพื้นที่

ข้อดี

– มีน้ำหนักที่เบา เพียง 0.6 กิโลกรัม

– มีดีไซน์ที่สวยงาม คลาสสิคและทันสมัยในเวลาเดียวกัน

– การใช้งานงานเป็นโฮมเทียร์เตอร์ได้

ข้อเสีย

– ระยะในการฉายภาพสูงสุด 2 เมตร

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่ง ในการฉายภาพสำหรับการแสดงผลสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำงาน การใช้งานไลฟ์สไตล์ รวมถึงการรับชมภาพยนตร์อย่างคมชัด และสมจริงเป็นอย่างมาก โปรเจคเตอร์ถือเป็นอุปกรณ์อีกประเภทหนึ่ง ที่สามารถตอบโจทย์ตามการใช้งานได้เป็นอย่างดีเยี่ยม หากเทียบกับการรับชมผ่านโทรทัศน์ และหน้าจอแบบ LCD ที่มีขนาดการฉายภาพที่เล็กกว่าโปรเจคเตอร์เป็นเท่าตัว อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นในการใช้งานได้เป็นอย่างดีเยี่ยม เนื่องจากสามารถใช้งานได้ทุกสถานที่ เรียกได้ว่าสามารถตอบโจทย์ตามการใช้งานของทุกท่านได้เป็นอย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นทางเราจึงมีความคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะได้รับโปรเจคเตอร์ที่ถูกอกถูกใจหลังจากที่ได้อ่านบทความ ที่ทางเราได้ทำการบอกต่อ 10 โปรเจคเตอร์ที่ทุกคนควรมีไปได้ไม่นานนัก