Close sidebar

10 อันดับ มือถือราคาไม่เกิน 3,000 ที่ดีที่สุดแห่งปี 2021

มือถือราคาไม่เกิน 3,000

สำหรับหลายๆคนที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือน่าใช้ในราคาสุดคุ้มไม่เกิน 3,000 บาท สำหรับปี 2021 อยู่นั้น เรียกได้ว่าในตลาดมือถือก็มีตัวเลือกที่มากมายหลากหลายซึ่งผลิตออกมาจากค่ายดังหลาย ๆ แบรนด์ ในทุกวันนี้เมื่อเทียบกับราคาแล้ว เรียกได้ว่ามีมือถือมากมายหลายรุ่นเลยทีเดียวที่มีสเปคแรงสูง มีความแรง เล่นเกมได้ง่ายคล่องตัวไม่สะดุด มีชิปเซ็ตรุ่นใหม่ ๆ รวมถึงคุณภาพกล้องที่มีความละเอียด เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ และบันทึกวิดีโอด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียวในราคาที่ประหยัดสุดคุ้มน่าหาซื้อมาใช้สอยเป็นอย่างมาก 

คุณภาพของมือถือที่สามารถใช้งานได้มากมายหลากหลาย มีมัลติมีเดียและฟังก์ชันการใช้งานที่ล้ำสมัยมากขึ้นในยุคนี้ ทำให้มีความสะดวก และใช้งานง่ายต่อผู้ใช้งานจริง ในวันนี้เราได้รวบรวม 10 สุดยอดรุ่นมือถือในราคาสุดคุ้ม ไม่เกิน 3,000 มาให้คุณได้ดูประกอบกันตัดสินใจกันสำหรับมือถือเครื่องใหม่ในปี 2021 นี้กัน จะมีรุ่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาตามไปดูกัน

10 อันดับ มือถือราคาไม่เกิน 3,000 ที่ดีที่สุดแห่งปี 2021

1. Samsung Galaxy A02

2. Infinix Hot 10 Play

3. Samsung Galaxy M02

4. Redmi 9A

5. Wiko Power U10 

6. Infinix Smart 5

7. Vivo Y1s

8. Nokia 1.4

9. ITEL Vision 1 Pro

10. Wiko Y62

1. Samsung Galaxy A02

Samsung Galaxy A02

ยี่ห้อ/รุ่น: Samsung Galaxy A02

ขนาดของซีพียู: Mediatek MT6739W Quad Core 1.5 GHz

ขนาดของหน้าจอ: 6.5 นิ้ว, 720 x 1,600 Pixel

หน่วยความจำ: RAM 3 GB, ROM 32 GB

ความจุของแบตเตอรี่: 5,000 mAh

ความละเอียดกล้องหน้า: 5 MP

ความละเอียดกล้องหลัง: 13 MP + 2 MP (Macro)

ค่ายมือถืออย่าง Samsung นั้น เรียกได้ว่ามีมากมายหลายระดับ แถมสเปคก็คุ้มค่าสมราคาอย่างมาก Samsung Galaxy A02 ที่ออกมาใหม่ในปี 2021 นี้นั้น เปิดตัวเพียงราคา 2,990 บาท แต่จอใหญ่สะใจด้วยคุณภาพของภาพและวิดีโอที่มีความละเอียดระดับ HD มาพร้อมกล้อง 2 ตัว เสริมด้วย Macro Len สำหรับส่องภาพระยะใกล้ด้วยความละเอียดถึง 2 ล้าน Pixel หน่วยประมวลผลที่ได้ชิปเซ็ตอย่าง  Mediatek MT6739W เป็นตัวขับเคลื่อนใช้งานได้ถึง 4 Core เลยทีเดียว แบตเตอรี่ที่รองรับถึง 5,000 mAh เรียกได้ว่าอึดจุใจ ราคานี้ถือว่าคุ้มค่าสมราคาจริง ๆ

ข้อดี

– เป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพสูงและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

– งานกล้องที่มีคุณภาพสูงคุ้มค่าสมราคา

– หน่วยประมวลผลที่ได้ชิปเซ็ตคุณภาพดีเยี่ยม

– มีแบตเตอรี่ที่ทนทาน รองรับถึง 5,000 mAh

ข้อเสีย

– มีฟังก์ชันมัลติมีเดียไม่มากนัก

2. Infinix Hot 10 Play

Infinix Hot 10 Play

ยี่ห้อ/รุ่น: Infinix Hot 10 Play

ขนาดของซีพียู: Mediatek Helio G35 Octa Core 2.0 GHz

ขนาดของหน้าจอ: 6.82 นิ้ว, 720 x 1,640 Pixel

หน่วยความจำ: RAM 2 GB, ROM 32 GB

ความจุของแบตเตอรี่: 6,000 mAH

ความละเอียดกล้องหน้า: 8 MP

ความละเอียดกล้องหลัง: 13 MP + AI Lens

แบรนด์มือถือ Smart Phone ระดับโลกอย่าง Infinix ในปีนี้ก็ได้เปิดตัวอีกหนึ่งรุ่นในราคาคุ้มค่าพร้อมสเปคแรงสุด ๆ กับ Infinix Hot 10 Play ตัวชูโรงของรุ่นนี้เลยคือเรื่องของแบตเตอรี่ที่จัดหนักจัดเต็ม รองรับการเล่นเกม และมัลติมีเดียฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างยาวนาน เพราะความอึดของแบตเตอรี่นั้นรองรับได้ถึง 6,000 mAh กันเลยทีเดียว หน้าจอที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.82 นิ้ว เพื่อให้สัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมได้อย่างจุใจมากขึ้น มาพร้อมชิปเซ็ตประมวลผล Mediatek Helio G35 Octa-Core เพื่อเพิ่มความแรงในการเล่นเกมได้อย่างไม่มีกระตุก เรียกได้ว่าสาย Gaming ตัวจริงต้องห้ามพลาดเลยกับรุ่นนี้  ในราคาเพียง 2,899 บาท เท่านั้น

ข้อดี

– เป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพสูงระดับโลก

– เล่นเกมได้แรงไม่มีกระตุก

– มีแบตเตอรี่อึด ถึก ทน รับได้ถึง 6,000 mAh เหมาะสำหรับการเล่นเกมหนัก ๆ 

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  10 โทนเนอร์ ลดผิว ผิวกระชับ ที่สาว ๆ ยุค 2021 ไม่ควรพลาด

ข้อเสีย

– ฟังก์ชันมัลติมีเดียมีน้อย

– ไม่ได้เน้นเรื่องกล้อง และงานวิดีโอมากนัก

– หาอุปกรณ์เสริมยาก

3. Samsung Galaxy M02

Samsung Galaxy M02

ยี่ห้อ/รุ่น: Samsung Galaxy M02

ขนาดของซีพียู: Mediatek MT6739 Quad Core 1.5 GHz

ขนาดของหน้าจอ: 6.5 นิ้ว, 720 x 1,600 Pixel

หน่วยความจำ: RAM 2 GB, ROM 32 GB

ความจุของแบตเตอรี่: 5,000 mAh 

ความละเอียดกล้องหน้า: 5 MP

ความละเอียดกล้องหลัง: 13 MP + 2 MP (Depth)

อีกหนึ่งรุ่นมือถือราคาเบา ๆ จากค่ายมือถือยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung ซึ่งได้เปิดตัว Samsung Galaxy M02 ในราคาเพียง 2,799 บาท ที่มาพร้อมกับ หน้าจอกว้างถึง 6.5 นิ้ว กล้องหลัง 2 เลนส์ที่มีความละเอียดถึง 13 ล้าน Pixel ดีไซน์สวยงามตามฉบับ Samsung และมีน้ำหนักเบาเพียง 206 กรัม ใช้งานได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังติดตั้งโปรแกรมเซนเซอร์อัตโนมัติ เพื่อความสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่ามีความสะดวกต่อการใช้งานเป็นอย่างยิ่งในราคาสบายกระเป๋า

ข้อดี

– เหมาะสำหรับการใช้งานพื้นฐานทั่วไป

– มีแบตเตอรี่ที่ทนทาน รองรับได้ถึง 5,000 mAh

– คุณภาพกล้องและวิดีโอที่มีประสิทธิภาพมาพร้อมกล้องหลัง 2 เลนส์

ข้อเสีย

– สเปคไม่ได้หวือหวามากนัก

– ไม่เหมาะสำหรับการเล่นเกมแรง ๆ

4. Redmi 9A

Redmi 9A

ยี่ห้อ/รุ่น: Redmi 9A

ขนาดของซีพียู: Mediatek Helio G25 Octa Core 2.0 GHz

ขนาดของหน้าจอ: 6.53 นิ้ว, 720 x 1,600 Pixel

หน่วยความจำ: RAM 2, ROM 32 GB

ความจุของแบตเตอรี่: 5,000 mAH

ความละเอียดกล้องหน้า: 5 MP

ความละเอียดกล้องหลัง: 13 MP 

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองสำหรับ Redmi 9A ด้วยดีไซน์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์พร้อมตัวเครื่องที่มีความโค้งมนหยิบจับได้สะดวก มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ AI มากับเครื่องเพื่อช่วยในเรื่องของงานภาพให้สมจริง และดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น กล้องหลังความละเอียดถึง 13 ล้าน Pixel พร้อมรูรับแสงถึง f/2.0 เพื่อเพิ่มความละเอียดของภาพได้สูงสุด มีความถนอมสายตาของคุณได้มากขึ้นด้วยการแสดงผลของแสงสีฟ้าให้น้อยลงเพื่อถนอมสายตา นอกจากนี้ยังมีระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าเพื่อความสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา ราคาค่าตัวอยู่ที่ 2,799 บาท เท่านั้น

ข้อดี

– สเปคดีเหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย

– ดีไซน์สวยงามดูดีมีระดับ และมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

– มีแบตเตอรี่ที่มีความทนทาน รองรับ Fast Charging

ข้อเสีย

– ยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายมากนักในตลาด

– หาอุปกรณ์เสริมได้ยาก

5. Wiko Power U10

Wiko Power U10

ยี่ห้อ/รุ่น: Wiko Power U10

ขนาดของซีพียู: Mediatek Quad Core 1.8 GHz

ขนาดของหน้าจอ: 6.82 นิ้ว, 720 x 1,640 Pixel

หน่วยความจำ: RAM 2 GB, ROM 32 GB

ความจุของแบตเตอรี่: 5,000 mAH

ความละเอียดกล้องหน้า: 5 MP

ความละเอียดกล้องหลัง: 13 MP 

หน้าจอใหญ่ในราคาสุดคุ้มด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นกับ Wiko Power U10 ซึ่งความโดดเด่นของค่ายนี้มักจะเน้นไปที่ความอึด ถึก ทน ของแบตเตอรี่ ซึ่งแน่นอนว่ารุ่นนี้เขาก็ได้รองรับการประหยัดพลังงานแบบ AI Power Charging ที่ช่วยเรื่องของเซฟแบตเตอรี่ และรองรับได้ถึง 5,000 mAh ในส่วนของงานภาพนั้นเรียกว่าคุณภาพก็สุดยอดเช่นกัน เก็บความละเอียดของงานวิดีโอคุณภาพระดับ HD ด้วยความละเอียดของกล้องหลังถึง 13 ล้าน Pixel พร้อม Auto-Focus และ Beauty โหมด ให้คุณสามารถดูหนังและใช้งานมัลติมีเดียได้อย่างจุใจในราคาเพียง 2,690 บาท เท่านั้น

ข้อดี

– ดีไซน์สวยงามมีระดับ มีความสะดวกต่อการใช้งาน

– หน้าจอใหญ่เหมาะสำหรับการใช้งานฟังก์ชันมัลติมีเดียที่มีความหลากหลาย

– มีแบตเตอรี่ที่ทนทาน

– คุ้มค่าสมราคา

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  10 กล่องรับสัญญาณดาวเทียม ที่ดีที่สุดในปี 2021

ข้อเสีย

– อุปกรณ์เสริมหายาก

– เป็นแบรนด์ที่ยังไม่ได้รับความนิยมมากนักในตลาด

6. Infinix Smart 5

Infinix Smart 5

ยี่ห้อ/รุ่น: Infinix Smart 5

ขนาดของซีพียู: Mediatek Helio P22 Octa Core 1.8 GHz

ขนาดของหน้าจอ: 6.6 นิ้ว, 720 x 1,600 Pixel

หน่วยความจำ: RAM 2 GB, ROM 32 GB

ความจุของแบตเตอรี่: 5,000 mAH

ความละเอียดกล้องหน้า: 8 MP

ความละเอียดกล้องหลัง: 8 MP + QVGA + QVGA 

อีกหนึ่งรุ่นจาก Infinix ที่น่าสนใจและมีความคุ้มค่าสมราคาอย่างยิ่งสำหรับสเปคที่จัดหนักมาให้อย่าง Infinix Smart 5 ที่มีดีไซน์สวยน่าใช้ รวมถึงจัดเต็มเรื่องกล้องมาให้ด้วยค่าตัวเล็ก ๆ เพียง 2,590 บาท กล้องหน้ามีความละเอียดสูงถึง 8 ล้าน Pixel เหมาะสำหรับสายเซลฟี  สำหรับงานกล้องคุณภาพสูงมาพร้อมกับ AR โหมด เพื่อให้ถ่ายรูปได้น่ารักสดใสมากขึ้น โดยมี AR ให้เลือกใช้มากถึง 10 รูปแบบ ซึ่งถ่ายเสร็จสามารถเชื่อมต่อและ Upload ลง Social Media ได้ทันที นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังอึดจุใจถึง 5,000 mAh สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ข้อดี

– ราคาประหยัดคุ้มค่าสมราคา

– สำหรับสายเซลฟีต้องห้ามพลาด

– ถ่ายภาพสวยด้วย AR โหมด ที่มีให้เลือกหลายแบบ

– แบตเตอรี่มีความทนทาน

ข้อเสีย

– อุปกรณ์เสริมหายาก

– เหมาะสำหรับการใช้งานทั่ว ๆ ไปไม่หวือหวาในเรื่องสเปค

– เป็นแบรนด์ที่ยังไม่ได้รับความนิยมมากนักในตลาด

7. Vivo Y1s

Vivo Y1s

ยี่ห้อ/รุ่น: Vivo Y1s

ขนาดของซีพียู: Mediatek Helio P35 Octa Core 2.3 GHz 

ขนาดของหน้าจอ: 6.22 นิ้ว, 720 x 1,520 Pixel

หน่วยความจำ: RAM 2 GB, ROM 32 GB

ความจุของแบตเตอรี่: 4,030 mAH

ความละเอียดกล้องหน้า: 5 MP

ความละเอียดกล้องหลัง: 13 MP 

อีกหนึ่งรุ่นมือถือจากค่ายมือถือที่โดดเด่นเรื่องกล้องอย่าง Vivo Y1s ในราคาเพียง 2,999 บาท ดีไซน์ที่ดูเรียบหรูมีระดับที่ออกแบบมาอย่างทันสมัยพร้อมหน้าจอใหญ่ถึง 6.22 นิ้ว กล้องหลังที่รองรับความละเอียดได้ถึง 13 ล้าน Pixel เพื่อให้ได้งานภาพถ่ายคุณภาพสูง พร้อมกล้องหน้าสำหรับเซลฟีที่มีความละเอียดสูงถึง 5 ล้าน Pixel มีให้เลือกถึง 2 สี ระหว่าง Olive Black และ Aurora Blue เป็นมือถือราคาคุ้มค่าที่เหมาะสำหรับการใช้งานเริ่มต้นอย่างมาก

ข้อดี

– ดีไซน์หรูหราราคาสุดคุ้ม

– แบตเตอรี่มีความทนทาน

– แบรนด์เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย

– กล้องมีคุณภาพสูง

ข้อเสีย

– เหมาะสำหรับการใช้งานทั่ว ๆ ไปไม่หวือหวาในเรื่องสเปค

8. Nokia 1.4

Nokia 1.4

ยี่ห้อ/รุ่น: Nokia 1.4

ขนาดของซีพียู: Qualcomm 215 Quad Core 1.3 GHz

ขนาดของหน้าจอ: 6.51 นิ้ว, 720 x 1,600 Pixel

หน่วยความจำ: RAM 2 GB, ROM 32 GB

ความจุของแบตเตอรี่: 4,000 mAH

ความละเอียดกล้องหน้า: 5 MP

ความละเอียดกล้องหลัง: 8 MP + 2 MP (Macro)

สำหรับรุ่นนี้เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วจากค่ายมือถือในตำนานอย่าง Nokia 1.4 ที่หันมาจับตลาด Smart Phone กับเขาบ้างแล้ว ซึ่งรุ่นนี้จะโดดเด่นในเรื่องของหน่วยประมวลผลชิปเซ็ตที่มีความแรงสูงอย่าง Snapgragon เพื่อให้การใช้งานมีความลื่นไหล เล่นง่ายไม่กระตุก รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 10 ที่มีการรองรับระบบการ patching เพื่อความปลอดภัยถึง 3 ปี จะเรียนจะเล่นก็สามารถทำได้อย่างเต็มที่ในราคาเพียง 2,570 บาท เท่านั้น

ข้อดี

– สเปคสุดล้ำด้วยชิปเซ็ตคุณภาพสูง

– มาพร้อมกล้องหลัง 2 เลนส์ รองรับการใช้งานเลนส์ Macro

– แบตเตอรี่มีความทนทาน

– เป็นแบรนด์ที่เป็นที่นิยม

ข้อเสีย

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  10 ถ่านชาร์จ ที่ดีที่สุดในปี 2021 ที่ทุกคนไม่ควรพลาด!

– หาอุปกรณ์เสริมยาก

9. ITEL Vision 1 Pro

ITEL Vision 1 Pro

ยี่ห้อ/รุ่น: ITEL Vision 1 Pro

ขนาดของซีพียู: Quad Core 1.4 GHz

ขนาดของหน้าจอ: 6.5 นิ้ว, 720 x 1,600 Pixel

หน่วยความจำ: RAM 3 GB, ROM 32 GB

ความจุของแบตเตอรี่: 4,000 mAH

ความละเอียดกล้องหน้า: 5 MP

ความละเอียดกล้องหลัง: 8 MP 

อีกหนึ่งความคุ้มค่ากับมือถือราคาสบายกระเป๋ากับ ITEL Vision 1 Pro ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ Version 10 เป็นมือถือที่เหมาะกับการใช้งานขั้นพื้นฐานที่มีความคงทน งานกล้องนั้นไม่ธรรมดามาพร้อมกับกล้อง AI ถึง 3 เลนส์ ที่รองรับความละเอียดได้สูงถึง 8 ล้าน Pixel ดีไซน์สวยงามด้วยหน้าจอขนาดกลาง และเปิดฝาหลังได้ ความละเอียดของภาพระดับ HD ตัวเท่านั้นสามารถจับต้องได้ในราคาเพียง 2,690 บาท เท่านั้น

ข้อดี

– คุณภาพกล้องคุ้มค่าสมราคา

– ดีไซน์สวยงามล้ำสมัย 

– มีกล้อง AI เพื่อช่วยปรับภาพให้มีความสมจริงมากยิ่งขึ้น

ข้อเสีย

– เหมาะสำหรับการใช้งานทั่ว ๆ ไป

– หาอุปกรณ์เสริมได้ยาก

10. Wiko Y62

Wiko Y62

ยี่ห้อ/รุ่น: Wiko Y62

ขนาดของซีพียู: Mediatek MT6761D Quad Core 1.8 GHz

ขนาดของหน้าจอ: 6.1 นิ้ว, 720 x 1,560 Pixel

หน่วยความจำ: RAM 3/4 GB, ROM 32/64 GB

ความจุของแบตเตอรี่: 3,000 mAH

ความละเอียดกล้องหน้า: 5 MP

ความละเอียดกล้องหลัง: 8 MP 

เปิดตัวอีกหนึ่งรุ่นในปี 2021 กับ Wiko Y62 ในราคาสุดคุ้มเพียง 2,299 บาท ซึ่งมาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ Version 11 โดยรองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด พร้อมฟังก์ชันกล้องแบบหน้าชัดหลังเบลอด้วยระบบ Camera Go จาก Platform Android 11 หน้าจอใหญ่เหมาะสมกับราคาเพื่อให้สามารถใช้งานมัลติมีเดียได้อย่างจุใจ พร้อมแบตเตอรี่ที่มีความทนทานสามารถอยู่ได้ทั้งวัน เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหามือถือรุ่นเริ่มต้นเพื่อใช้งานเลยจริง ๆ 

ข้อดี

– เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในราคาประหยัด

– มีเทคโนโลยีถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ

ข้อเสีย

– ยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลาย

– มีฟังก์ชันใช้งานไม่มากนัก

สำหรับสุดยอดมือถือในราคาสุดคุ้มแห่งปี 2021 ในราคาไม่เกิน 3,000 ที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น เรียกได้ว่ามีสเปคที่น่าสนใจ และมีฟังก์ชันมัลติมีเดียที่หลากหลายเหมาะแก่การใช้งานหลากหลายรูปแบบเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่กำลังมองหามือถือราคาประหยัดแต่สเปคแรงพร้อมทั้งมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยนั้น เรียกได้ว่าตลาดมือถือของปีนี้ในแต่ละรุ่นที่กล่าวมาข้างต้นล้วนแล้วแต่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง สิ่งสำคัญคือท่านควรเลือกมือถือในราคาที่มีความคุ้มค่า และควรตัดสินใจเลือกที่ความเหมาะสมกับฟังก์ชันการใช้งานที่เหมาะกับตัวท่านเองทุกครั้ง