Close sidebar

หูฟังตัดเสียงรบกวน 10 รุ่นยอดนิยมของปี 2021

หูฟังตัดเสียงรบกวน

หูฟังตัดเสียงรบกวน คือประเภทของหูฟังไร้สายอีกประเภทหนึ่งที่มีความสามารถในเรื่องของการรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ และการฟังเพลงซึ่งคุณภาพของเสียงนั้นถือได้ว่ามีคุณภาพสูงที่สุด อีกทั้งยังมีการป้องกันเสียงรบกวนภายนอก ทั้งเสียงของเครื่องยนต์ เสียงผู้คน หรือเสียงที่เกิดจากธรรมชาติอื่น ๆ เป็นหูฟังไร้สายที่มีคุณภาพเป็นอย่างมาก ช่วยให้ผู้ใช้มีอรรถรสมากยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะใช้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หรือการใช้งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เสียง ซึ่งรับรองได้ว่าผู้ใช้จะสามารถจดจ่อไปกับสิ่งที่กำลังดูโดยไม่มีเสียงอื่น ๆ จากภายนอกมาขัดจังหวะอย่างแน่นอน หากใครที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายรุ่นดี ๆ ที่ใช้แล้วทนทาน มีคุณภาพ คุณก็จะได้รับข้อมูลเหล่านี้ได้จากบทความที่จะกล่าวถึง ซึ่งบทความนี้จะพูดถึงรุ่นของหูฟังไร้สายว่ามีรุ่นไหนแล้วแต่ละรุ่นมีสเปคเป็นอย่างไรบ้าง

หูฟังตัดเสียงรบกวน ยอดนิยมใน 10 อันดับในปี 2021 มีอะไรบ้าง

1.Sennheiser PXC 550

2.Marshall MID Active Noise Cancelling

3.Apple Airpods Pro

4.Sony WH-1000XM4

5.Huawei Freebuds Pro

6.JBL CLUB 950NC

7.Samsung Galaxy Buds+

8.Realme Buds Air Pro

9.Mi True Wireless Earphone 2 Basic

10.Oppo Enco Free True Wireless

1.Sennheiser PXC 550

Sennheiser PXC 550

ยี่ห้อ/ รุ่น Sennheiser PXC 550

น้ำหนัก 227 กรัม

ระบบปฎิบัติการ Android และ iOS

ระยะเวลาการใช้งาน 30 ชั่วโมง

เวอร์ชัน Bluetooth Bluetooth 5.0

เป็น หูฟังตัดเสียงรบกวน ของแบรนด์ Sennheiser ที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูง ระยะเวลาการใช้งานมีความยาวนานมากถึง 30 ชั่วโมง ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องแบบที่ไม่ต้องชาร์จเลยแม้แต่น้อย มีน้ำหนักอยู่ที่ 227 กรัม โดยจะรองรับการใช้งานได้ทั้งในระบบไอโอเอสและระบบแอนดรอยด์ เวอร์ชันของบลูทูธคือ 5.0 มีระบบที่ป้องกันเสียงจากภายนอกได้อย่างมีคุณภาพอย่างระบบ NoiseGard Hybrid ซึ่งหูฟังนี้ถือได้ว่าเป็นหูฟัง Headphone ในรุ่นแรกที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูง แม้ว่าเสียงรบกวนจากภายนอกจะดังแค่ไหนก็สามารถป้องกันไม่ให้เข้ามาในหูของเราได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนแบตเตอรี่ซึ่งมีขนาดใหญ่นั้นจะติดตั้งไว้ในตัวของหูฟัง เป็นอีกหนึ่งหูฟังไร้สายที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครก็ตามที่ต้องการโลกส่วนตัว

ข้อดีของหูฟังไร้สาย Sennheiser

  • ช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกไม่ว่าจะดังแค่ไหนด้วยระบบ NoiseGard Hybrid
  • สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและต่อเนื่องเป็นเวลา 30 ชั่วโมง
  • ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเสียงได้ตามใจชอบด้วยแอป Sennheiser Smart Control

ข้อเสียของหูฟังไร้สาย Sennheiser

  • น้ำหนักของหูฟังมีมากถึง 227 กรัม

2.Marshall MID Active Noise Cancelling

Marshall MID Active Noise Cancelling

ยี่ห้อ/ รุ่น Marshall MID Active Noise Cancelling

ระบบปฎิบัติการ Android และ iOS

ระยะเวลาการใช้งาน 20 ชั่วโมง
เวอร์ชัน Bluetooth aptX

เป็นหูฟังไร้สายของรุ่น Marshall ซึ่งอยู่ในประเภท Headphone ไร้สายที่ช่วยในการตัดเสียงรบกวนจากภายนอกและเพิ่มอรรถรสเมื่อดูอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการใช้เสียง ไม่มีเสียงจากภายนอกรบกวนให้รำคาญใจ สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องมากถึง 20 ชั่วโมง ไดรฟ์เวอร์จะมีขนาด 40 มิลลิเมตร รองรับได้กับทั้งในระบบไอโอเอสและระบบแอนดรอยด์ ซึ่งหูฟังไร้สายรุ่นนี้ไม่เพียงแต่จะมีคุณภาพสูงมากในการฟังหรือรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังมีความสามารถในการสนทนาทางหูฟังที่มีคุณภาพสูง คมชัด เสียงสนทนาได้ยินอย่างชัดเจน ไม่มีการติดขัดในระหว่างสนทนา ด้วยไมโครโฟนที่มีอยู่เป็นจำนวน 4 ตัว ซึ่งอยู่บริเวณโดยรอบของหูฟังที่มีไว้ในการป้องกันเสียงรบกวนต่าง ๆ จากภายนอก ทำให้ผู้ใช้มีอรรถรสในการสนทนาหรือก็คือมีความคมชัดและลื่นไหลเมื่อสนทนานั่นเอง ฟังก์ชันต่าง ๆ บนหูฟังนี้ก็สามารถเข้าใจได้ไม่ยาก ยกตัวอย่างเช่น ปุ่มเล่นเพลง, ปุ่มหยุดเพลง, ปุ่มเพิ่มเสียง, ปุ่มลดเสียง, ปุ่มวางสาย และปุ่มรับสาย ซึ่งจะสามารถใช้งานได้ผ่านทางปุ่ม Multi-Directional Contral Knob เท่านั้น

ข้อดีของหูฟังไร้สาย Marshall MID Active Noise Cancelling

  • มีปุ่มที่สามารถควบคุมทุก ๆ ฟังก์ชันอย่างปุ่ม Multi-Directional Contral Knob
  • สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานต่อเนื่องถึง 20 ชั่วโมง
  • มีความคมชัดและป้องกันเสียงรบกวนจากเสียงภายนอกได้เป็นอย่างดีด้วยจำนวนไมโครโฟนที่มีอยู่ทั้งหมด 4 ตัว

ข้อเสียของหูฟังไร้สาย Marshall MID Active Noise Cancelling

  • มีน้ำหนักที่มากเกินไปหากเทียบกับหูฟังแบบอินเอีย

3.Apple Airpods Pro

Apple Airpods Pro

ยี่ห้อ/ รุ่น Apple Airpods Pro

น้ำหนัก 51 กรัม

ระบบปฎิบัติการ Android และ iOS

ระยะเวลาการใช้งาน 4.5 ชั่วโมง

เวอร์ชัน Bluetooth Bluetooth 5.0

เป็นหูฟังแบรนด์ Apple ยอดนิยมอีกรุ่นหนึ่งที่มีการออกแบบที่มีความทันสมัย ใช้งานได้อย่างยาวนานต่อเนื่องแบบไม่มีการปวดหู น้ำหนักของหูฟังรุ่นนี้จะอยู่ที่ 51 กรัม สามารถใช้งานเป็นเวลายาวนานต่อเนื่องถึง 4.5 ชั่วโมง รองรับการใช้งานทั้งในระบบไอโอเอสและระบบแอนดรอยด์ เวอร์ชันของบลูทูธคือ 5.0 หูฟังชนิดนี้จัดได้ว่าเป็นหูฟังไร้สายแบบอินเอียซึ่งมีคุณภาพและประสิทธิภาพสูง ไม่ว่าจะในเรื่องของการฟัง การป้องกันเสียงจากภายนอกที่จะเข้ามารบกวนในระหว่างการใช้งาน มีการประมวลผลที่รวดเร็วด้วยชิปประมวลผลแบบ Apple H1 และมีความหน่วงของเสียงที่ต่ำมาก ในส่วนของการออกแบบดีไซต์นั้นจะมีความหรูหราสวยงามและมีราคา ใส่สบายไม่ปวดหู 

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  10 เลนส์มือถือ ยี่ห้อไหนดี 2021

ข้อดีของหูฟังไร้สาย Apple Airpods Pro

  • มีการออกแบบที่ทันสมัยและดูสวยงามหรูหรา
  • มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงในเรื่องของเสียงด้วยชิปประมวลผล Apple H1
  • ใส่สบายไม่เจ็บหู ใส่ได้อย่างยาวนาน

ข้อเสียของหูฟังไร้สาย Apple Airpods Pro

  • ฟังก์ชันทั้งหมดในหูฟังไม่สามารถใช้งานได้ในระบบแอนดรอยด์

4.Sony WH-1000XM4

Sony WH-1000XM4

ยี่ห้อ/ รุ่น Sony WH-1000XM4

ระบบปฎิบัติการ Android และ iOS

ระยะเวลาการใช้งาน 30 ชั่วโมง

เวอร์ชัน Bluetooth Bluetooth 5.0

เป็นหูฟังรุ่น Sony ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ประเภท Headphone ที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดใหญ่และมีความคลาสสิค และมีน้ำหนักอยู่ที่ 254 กรัม รองรับได้กับโทรศัพท์ทุกระบบ มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานต่อเนื่องถึง 30 ชั่วโมงแบบที่ไม่ต้องชาร์จเพิ่ม มีความไวในการชาร์จแบต ใช้เวลาชาร์จแค่ 10 นาทีแบตก็เต็มแล้ว รองรับการใช้งานทั้งในระบบไอโอเอสและในระบบแอนดรอยด์ เวอร์ชันของบลูทูธคือ 5.0 และยังสามารถใช้งานได้นานกว่าเดิมอีก 5 ชั่วโมง

ข้อดีของหูฟังไร้สาย Sony WH-1000XM4

  • สามารถชาร์จฉุกเฉินได้เป็นเวลาแค่ 10 นาทีและใช้งานเพิ่มขึ้น 5 ชั่วโมง
  • สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 30 ชั่วโมง
  • สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบผ่านแอป Sony Headphone Connect

ข้อเสียของหูฟังไร้สาย Sony WH-1000XM4

  • ขนาดของหูฟังใหญ่มาก 

5.Huawei Freebuds Pro

Huawei Freebuds Pro

ยี่ห้อ/ รุ่น Huawei Freebuds Pro

น้ำหนัก 72.2 กรัม

ระบบปฎิบัติการ Android และ iOS

ระยะเวลาการใช้งาน 30 ชั่วโมง

เวอร์ชัน Bluetooth Bluetooth 5.0

เป็นหูฟังไร้สายที่ถูกออกแบบมาให้มีความทันสมัยและมีการใช้งานฟังก์ชันที่ง่าย ผ่านรูปแบบการใช้งานการบีบและปัดตัวอุปกรณ์ น้ำหนักของหูฟังรุ่นนี้จะอยู่ที่ 72.2 กรัม สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานต่อเนื่องมากถึง 30 ชั่วโมง รองรับได้กับทุกระบบทั้งในระบบไอโอเอสและในระบบแอนดรอยด์ เวอร์ชันของบลูทูธก็คือ 5.2 หูฟังรุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นหูฟังเก็บเสียงที่ทันสมัยทั้งในเรื่องของการออกแบบและการใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ โดยฟังก์ชันของหูฟังก็มีความหลากหลายให้เลือกใช้งานซึ่งจะเป็นแบบสัมผัส ทั้งการใช้งาน ANC แบบกดค้างบริเวณหูฟัง การปรับเสียงโดยปัดขึ้นหรือลง การกดเล่นเพลงหรือหยุดเพลงด้วยการบีบหนึ่งครั้ง หรือการกดวางสายและรับสาย การกดบีบสองครั้งเพื่อเล่นเพลงต่อไป การบีบสามครั้งเพื่อย้อนกลับไปที่เพลงก่อนหน้า คุณภาพของเสียงจัดได้ว่าอยู่ในคุณภาพที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียว

ข้อดีของหูฟังไร้สาย Huawei Freebuds Pro

  • ฟังก์ชันการใช้งานมีความแปลกใหม่และหลากหลาย
  • สามารถเชื่อมกับอุปกรณ์ได้พร้อมกันสองเครื่อง
  • ในระหว่างการสวมใส่จะมีระบบการตรวจจับเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

ข้อเสียของหูฟังไร้สาย Huawei Freebuds Pro

  • ไม่มีปุ่มสั่งการด้วยเสียง

6.JBL CLUB 950NC

JBL CLUB 950NC

ยี่ห้อ/ รุ่น JBL CLUB 950NC

น้ำหนัก 372 กรัม

ระบบปฎิบัติการ Android และ iOS

ระยะเวลาการใช้งาน 22 ชั่วโมง

เวอร์ชัน Bluetooth Bluetooth 5.0

เป็นหูฟัง Headphone รุ่น JBL ที่มีการออกแบบให้มีขนาดใหญ่ สามารถป้องกันเสียงจากภายนอกที่เข้ามารบกวนได้ดีและมีคุณภาพของเสียงดีเยี่ยม น้ำหนักของหูฟังนี้จะอยู่ที่ 372 กรัม สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานต่อเนื่องถึง 22 ชั่วโมง สามารถรองรับได้กับทั้งในระบบไอโอเอสและในระบบแอนดรอยด์ เวอร์ชันของบลูทูธก็คือ 5.0 หูฟังไร้สายรุ่นนี้สามารถเพิ่มอรรถรสในการใช้งานของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะฟังเพลง เล่นเกม หรือฟังคอนเทนต์ต่าง ๆ อีกทั้งยังป้องกันเสียงภายนอกที่เข้ามารบกวนหรือก็คือสามารถตัดเสียงที่จะเข้ามาออกได้แทบทั้งหมดด้วยระบบ Over-Ear Wireless Noise Cancelling คุณภาพของเสียงนั้นจัดได้ว่าอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะอยู่ที่ระดับ Hi-Res 

ข้อดีของหูฟังไร้สาย JBL CLUB 950NC

  • มีคุณภาพของเสียงที่สูงในระดับ Hi-Res
  • เหมาะกับการใช้งานทุกแบบทุกสไตล์
  • สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 22 ชั่วโมง

ข้อเสียของหูฟังไร้สาย JBL CLUB 950NC

  • มีน้ำหนักของหูฟังที่หนักมาก 

7.Samsung Galaxy Buds+

Samsung Galaxy Buds+

ยี่ห้อ/ รุ่น Samsung Galaxy Buds+

น้ำหนัก 52.6 กรัม

ระบบปฎิบัติการ Android และ iOS

ระยะเวลาการใช้งาน 22 ชั่วโมง

เวอร์ชัน Bluetooth Bluetooth 5.0

เป็นหูฟังไร้สาย Noise Cancelling จากแบรนด์ Samsung ซึ่งเป็นแบรนด์ชื่อดังของโลกที่ออกแบบมาให้มีความสะดวก กะทัดรัด เหมาะกับการเดินทางและสามารถเก็บได้แม้จะมีพื้นที่การจัดเก็บไม่มากก็ตาม ตัวหูฟังจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 52.6 กรัม สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานต่อเนื่องถึง 22 ชั่วโมง รองรับได้กับทุกระบบทั้งในระบบไอโอเอสและในระบบแอนดรอยด์ เวอร์ชันของบลูทูธก็คือ 5.0 หูฟังชนิดนี้จัดว่าอยู่ในหูฟังแบบอินเอีย มีขนาดเล็กกะทัดรัด พกเดินทางไปไหนได้ง่าย หากไม่รวมกับน้ำหนักของหูฟังที่มีมากจนเกินไป ฟังก์ชันต่าง ๆ ของหูฟังมีความหลากหลายและมีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย ซึ่งจะใช้ระบบการสัมผัส โดยจะมีอยู่หลากหลายปุ่ม ทั้งปุ่มเล่นเพลง ปุ่มหยุดเพลง แตะจำนวนสองครั้งเพื่อเล่นเพลงต่อไปหรือวางสายจากการสนทนา แตะเป็นจำนวนสามครั้งเพื่อย้อนกลับไปที่เพลงก่อนหน้า หรือกดค้างเพื่อใช้ฟังก์ชันที่ผู้ใช้ได้ตั้งค่าไว้ ซึ่งหูฟังนี้ก็สามารถป้องกันเสียงจากภายนอกที่จะเข้ามารบกวนได้เป็นอย่างดีซึ่งใช้ฟังก์ชัน Ambient Sound โดยผู้เล่นสามารถปรับได้ตามแต่ใจต้องการ

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  10 รุ่นเด็ด กล้องโพลารอยด์ ยี่ห้อไหนดี ในปี 2021

ข้อดีของหูฟังไร้สาย Samsung Galaxy Buds+

  • สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องยาวนานมากถึง 22 ชั่วโมง
  • มีปุ่มสำหรับการสั่งงานอยู่หลากหลายแบบ
  • มีขนาดของหูฟังที่เล็กเหมาะกับการพกพา

ข้อเสียของหูฟังไร้สาย Samsung Galaxy Buds+

  • ไม่อาจรองรับได้กับระบบทุกระบบหรือทุกเวอร์ชันการใช้งาน

8.Realme Buds Air Pro

Realme Buds Air Pro

ยี่ห้อ/ รุ่น Realme Buds Air Pro

ระบบปฎิบัติการ Android และ iOS

ระยะเวลาการใช้งาน 25 ชั่วโมง

เวอร์ชัน Bluetooth Bluetooth 5.0

เป็นหูฟังแบบอินเอียซึ่งมากับฟังก์ชัน Noise Cancellation ซึ่งทำงานได้เป็นอย่างดีจากไดรฟ์เวอร์ที่มีขนาดความจุ 10 มิลลิเมตร สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานต่อเนื่องมากถึง 25 ชั่วโมง รองรับได้กับทุกระบบทั้งในระบบไอโอเอสและในระบบแอนดรอยด์ เวอร์ชันของบลูทูธก็คือ 5.0 เป็นหูฟังอินเอียที่มีชิปประมวลผลเสียง Realme S1 โดยใช้งานคู่ไปกับไดรฟ์เวอร์เสียงที่เน้นเสียงเบสซึ่งมีขนาด 10 มิลลิเมตร แบตเตอรี่มีขนาดความจุอยู่ที่ 486 mAh ใช้เวลาชาร์จไม่นาน เพียงแค่ 2 ชั่วโมงก็ชาร์จเต็มแล้ว สวมใส่ได้อย่างสบายไม่เจ็บหูและใส่ได้เป็นเวลานาน มีความหนักของหูฟังข้างละ 50 กรัม

ข้อดีของหูฟังไร้สาย Realme Buds Air Pro

  • มีน้ำหนักไม่มากและใส่ได้สบายหู
  • มีการออกแบบดีไซน์ขนาดเล็กกะทัดรัด
  • สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องยาวนานมากถึง 25 ชั่วโมง

ข้อเสียของหูฟังไร้สาย Realme Buds Air Pro

  • รูปลักษณ์ที่ของหูฟังมีความเรียบง่ายไม่สะดุดตา

9.Mi True Wireless Earphone 2 Basic

Mi True Wireless Earphone 2 Basic

ยี่ห้อ/ รุ่น Mi True Wireless Earphone 2 Basic

น้ำหนัก 48 กรัม

ระบบปฎิบัติการ Android และ iOS

ระยะเวลาการใช้งาน 20 ชั่วโมง

เวอร์ชัน Bluetooth Bluetooth 5.0

เป็นหูฟัง True Wireless ที่สามารถป้องกันเสียงจากภายนอกที่จะเข้ามารบกวน และในใช้งานได้ง่ายผ่านการสัมผัสบนหูฟังซึ่งก็จะมีฟังก์ชันต่าง ๆ ที่เข้าใจง่ายและใช้งานได้อย่างหลากหลาย น้ำหนักของหูฟังจะอยู่ที่ 48 กรัม สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานต่อเนื่องมากถึง 20 ชั่วโมง รองรับได้กับทุก ๆ ระบบทั้งในระบบไอโอเอสและในระบบแอนดรอยด์ เวอร์ชันของบลูทูธก็คือ 5.0 สวมใส่ได้สบายไม่เจ็บหู รูปทรงที่ถูกออกแบบมาของหูฟังชนิดนี้จะเป็นแบบ Earbuds เป็นประเภทที่ผู้ใช้ใส่แล้วจะสบายมากสุด มีความง่ายในการใช้งานด้วยระบบสัมผัสและฟังก์ชันที่ไม่ซับซ้อน อีกทั้งยังมีคุณภาพที่สูงด้วย

ข้อดีของหูฟังไร้สาย Mi True Wireless Earphone 2 Basic

  • ใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ผ่านการสัมผัส
  • ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องยาวนานมากถึง 20 ชั่วโมง
  • มีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 48 กรัมเท่านั้น

ข้อเสียของหูฟังไร้สาย Mi True Wireless Earphone 2 Basic

  • มีความเรียบง่ายในเรื่องของการออกแบบ

10.Oppo Enco Free True Wireless

Oppo Enco Free True Wireless

ยี่ห้อ/ รุ่น Oppo Enco Free True Wireless

น้ำหนัก 48.2 กรัม

ระบบปฎิบัติการ Android และ iOS

ระยะเวลาการใช้งาน 25 ชั่วโมง

เวอร์ชัน Bluetooth Bluetooth 5.0

เป็นหูฟังของรุ่น Oppo ซึ่งเป็นหูฟังไร้สายที่ช่วยป้องกันเสียงภายนอกที่จะเข้ามารบกวนการได้ยินหรือการฟังอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการฟัง ถูกออกแบบมาให้ดูมีความหรูหราสวยงาม ใส่ได้เป็นเวลานาน ๆ แบบไม่เจ็บหู น้ำหนักของหูฟังจะอยู่ที่ 48.2 กรัม สามารถรองรับทุก ๆ ระบบไม่ว่าจะเป็นระบบไอโอเอสหรือในระบบแอนดรอยด์ เวอร์ชันของบลูทูธก็คือ 5.0 ความจุของแบตเตอรี่จะอยู่ที่ 410 mAh ใช้งานได้นานถึง 2 วัน การใช้งานของฟังก์ชันต่าง ๆ ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย ๆ และมีความสะดวกเป็นอย่างยิ่ง

ข้อดีของหูฟังไร้สาย Oppo Enco Free True Wireless

  • สั่งงานได้ผ่านการสัมผัส
  • มีน้ำหนักของหูฟังเบามาก นั่นคือ 4.6 กรัมของแต่ละข้าง
  • ใช้งานได้อย่างยาวนานและต่อเนื่องถึง 25 ชั่วโมง

ข้อเสียของหูฟังไร้สาย Oppo Enco Free True Wireless

  • มีขนาดที่ใหญ่หากเปรียบกับหูฟังอื่น ๆ ที่อยู่ในประเภทเดียวกัน

วิธีเลือก หูฟังตัดเสียงรบกวน

การเลือก หูฟังตัดเสียงรบกวน มีอยู่ 4 วิธีหลัก ๆ ที่จำเป็นกับการเลือกหูฟังเป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือ

  • เลือกประเภทหูฟัง โดยหูฟังจะมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ หูฟัง In–Ear เป็นหูฟังที่มีขนาดเล็ก พกพาง่าย ใส่เข้ากับหู แต่หากใส่นาน ๆ อาจเกิดการเมื่อยล้าได้ มีคุณภาพในการตัดเสียงจากภายนอกได้สูงมาก และหูฟัง Headphone เป็นหูฟังขนาดใหญ่สำหรับครอบหู มีน้ำหนักมาก มีประสิทธิภาพกันตัดเสียงที่ดีเช่นกัน
  • ตรวจขนาดกับน้ำหนักหูฟัง เพื่อให้มีความสะดวกกับการใช้งานมากขึ้น จึงควรเลือกหูฟังที่มีน้ำหนักไม่มากเกินไป และมีขนาดที่สามารถพกพาได้ 
  • การใช้งานแบตเตอรี่ ควรเลือกหูฟังที่มีแบตอึด ใช้งานได้นาน 
  • ฟังก์ชันเสริมอื่น ๆ โดยต้องเลือกหูฟังที่มีฟังก์ชันหลากหลายและใช้งานได้หลายประเภท
อ่านบทความเกี่ยวข้อง  10 เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ ที่วัยทำงานยุค 2021 ควรมี

จะเห็นได้ว่า หูฟังตัดเสียงรบกวน มีอยู่หลากหลายรุ่น หลากหลายรูปแบบให้ผู้ใช้ได้เลือกสรร ซึ่งแต่ละรุ่นต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ซึ่งในบทความก็ได้แจกแจงรายละเอียดของหูฟังยอดนิยม 10 อันดับในปี 2021 ไปแล้ว ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อได้ตามใจชอบตามสเปคที่กำหนดมาข้างต้นนี้ได้