Close sidebar

10 เครื่องดูดไรฝุ่น ประจำปี 2021 ใช้งานง่าย ลดภูมิแพ้

เครื่องดูดไรฝุ่น

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบให้บ้าน หรือที่พักของคุณสะอาดอยู่ตลอดเวลา อุปกรณ์ในการทำความสะอาดที่เชื่อว่าคุณน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีคือ เครื่องดูดไรฝุ่น ที่ในบทความชิ้นนี้จะขอหยิบยกมาพูดถึงเป็นหลักในบรรดาอุปกรณ์ทำความสะอาดทั้งหมด ในทุก ๆ เฟอร์นิเจอร์โดยเฉพาะเตียง หรือโซฟาจะมีไรฝุ่น ตัวเรือด และละอองเกสรดอกไม้ ที่เป็นสาเหตุของการกระตุ้น และเกิดโรคภูมิแพ้ในหลายคนได้เป็นอย่างดี โดยอุปกรณ์ทำความสะอาดอย่างเครื่องดูดไรฝุ่นจะทำการกำจัดฝุ่นที่มีขนาดเล็กที่สายตาไม่สามารถมองเห็นได้ให้ปลอดจากเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการทำความสะอาด

กิจวัตรประจำวันในการทำความสะอาดที่นำผ้าห่ม เสื้อผ้า หรือฟูกเตียงไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรคเป็นการทำความสะอาดขั้นพื้นฐานที่ได้ผล แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากสังคมที่คุณอยู่เป็นสังคมเมืองที่มีรถวิ่งผ่านไปมา การที่ฝุ่น หรือควัน และสิ่งสกปรกอีกมากมายจะลอยเข้ามาติดกับอุปกรณ์ของคุณได้ การที่บ้านมีเครื่องดูดไรฝุ่นเพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ตาไม่สามารถมองเห็นได้ ดูเป็นอีกทางเลือกใหม่ของผู้คนในยุคปัจจุบันนี้ โดยในบทความชิ้นนี้ได้ทำการรวบรวมอุปกรณ์เครื่องดูดไรฝุ่นมามากถึง 10 รายการด้วยกัน จะมีเครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นไหน จากแบรนด์ใดบ้างไปติดตามกันได้ 

10 เครื่องดูดไรฝุ่นประจำปี 2021

1. HOMU

2. iSUPER รุ่น B6

3. MBK HM81W

4. Xiaomi Dust Mites Vacuum Cleaner

5. Jimmy JV11

6. Jimmy JV35

7. Deerma Dust Mites Vacuum Cleaner รุ่น CM800

8. HOMU Vacuum UV Cleaner

9. Philips Mite Cleaner รุ่น FC6230

10. Mister Robot Bed Vacuum Cleaner

1. HOMU

HOMU

แรงดูด: 7,000 Pa

น้ำหนัก: 1.3 กก.

กำลังไฟ: 90 วัตต์

การเก็บฝุ่น: ถ้วยกรอง

ลักษณะการจ่ายไฟ: ไร้สาย

เพิ่มเติม: แสง UV, แรงสั่นสะเทือน

เครื่องดูดไรฝุ่นเครื่องนี้มาในขนาดที่พกพาง่าย และที่สำคัญคือการเป็นเครื่องดูดไรฝุ่นแบบไร้สาย ทำให้สามารถหยิบใช้เครื่องยนต์ทำความสะอาดนี้ได้ในทุกที่ และทุกอุปกรณ์ที่ต้องการทำความสะอาดให้ได้ครบทุกมุม และทุกซอก โดยที่มีการใช้รังสี UV – C ซึ่งจัดว่าเป็นรังสีที่สามารถฆ่าเชื้อ และทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รังสีชนิดนี้มีการใช้อยู่ทั่วไปตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล โรงแรม หรือจะเป็นสถานที่สำคัญที่ต้องการความสะอาดเป็นหลัก อีกทั้งการทำความสะอาดด้วยรังสีชนิดนี้มีความปลอดภัยกับทั้งคน และสัตว์ให้ผู้ใช้งานมั่นใจเรื่องผลกระทบในการใช้งานจากรังสีดังกล่าว 

รังสี UV – C ที่ถือได้ว่าเป็นจุดขายของเครื่องดูดไรฝุ่น HOMU นี้ ได้ถูกผนวกเข้ากับระบบแรงสั่นความถี่สูงสุด ทำให้การทำความสะอาดกำจัดไรฝุ่น ที่รวมไปถึงฝุ่นขนาดเล็กที่มีอยู่ตามซอก และมุมที่ยากต่อการทำความสะอาดได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เครื่องดูดไรฝุ่นเครื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ดูแลความสะอาดที่น่าจับตามอง ด้วยคุณภาพ และราคาที่เข้าถึงง่าย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมผู้ที่ต้องการเครื่องดูดไรฝุ่น จะมองตัวเลือกนี้เป็นอันดับแรก ๆ 

ข้อดี 

– รังสี UV – C ช่วยทำความสะอาด และฆ่าแบคทีเรีย 

– ขนาดเล็ก พกพาง่าย เข้าถึงทุกซอก

– ราคาที่ย่อมเยา 

ข้อเสีย

– 

2. iSUPER รุ่น B6

iSUPER รุ่น B6

แรงดูด: มากกว่า 14,000 Pa

น้ำหนัก: 3 กก.

กำลังไฟ: 500 วัตต์

การเก็บฝุ่น: ถ้วยกรอง

ลักษณะการจ่ายไฟ: ปลั๊กไฟ

เพิ่มเติม: แสง UV, แรงสั่นสะเทือน

หากกำลังมองหาเครื่องดูดไรฝุ่นที่เน้นพลังงานในการดูดที่สูง และมีพลังในการกำจัดเชื้อโรคที่เข้าขั้นดี ชื่อของเครื่องดูดไรฝุ่นอย่าง iSUPER รุ่น B6 จะเข้ามาเป็นหนึ่งในรายการที่อยากแนะนำให้คุณได้ทำความรู้จัก เนื่องจากตัวเครื่องตัวเครื่องดูดไรฝุ่นเครื่องนี้สามารถที่จะทำการดูดได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังเก็บเสียง ไม่สร้างมลพิษทางเสียงให้กับสมาชิกในบ้านอีกด้วย ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 3 กก. ที่อาจจะไม่ได้เป็นขนาดที่หนักมาก หรือเบาจนเกินไป 

อย่างไรก็ดีตัวเครื่องดูดไรฝุ่นชนิดนี้มีล้อสำหรับการใช้งานมาให้พร้อมในการทำความสะอาด พร้อมกับอุปกรณ์พื้นฐานที่ทำการแถมมาในกล่อง ไม่ว่าจะเป็น แปรงลูกกลิ้งขนาดเล็กที่สามารถกลิ้งบนเฟอร์นิเจอร์ได้เลย เพื่อทำการจับฝุ่น หรือละอองฝุ่นขนาดเล็ก ให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ที่ต้องการทำความสะอาดจะสะอาดได้จริง ๆ และไส้กรองที่เป็นที่กักเก็บฝุ่น ละอองฝุ่น และสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่ตัวเครื่องทำการดูดขึ้นมา นี่จะไม่ใช่เพียงอุปกรณ์สำหรับการดูดไรฝุ่นแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังมีความสามารถเป็นเครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็กได้อีกด้วย เหมือนซื้อมาหนึ่งได้ใช้งานสองอุปกรณ์ในครั้งเดียว 

ข้อดี 

– ไร้เสียง ไม่สร้างความรบกวนให้คนที่บ้านเวลาทำความสะอาด

– มีล้อเพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนที่ 

– ไส้กรองที่เป็นที่กักเก็บฝุ่นที่ใช้งานง่าย 

ข้อเสีย

– ต้องใช้การเสียบปลั๊ก ทำให้ยุ่งยากในการทำความสะอาด

3. MBK HM81W

MBK HM81W

แรงดูด: –

น้ำหนัก: 1.2 กก.

กำลังไฟ: 350 วัตต์

การเก็บฝุ่น: ถ้วยกรอง

ลักษณะการจ่ายไฟ: ปลั๊กไฟ

เพิ่มเติม: แสง UV

สำหรับใครอยากลองมีเครื่องดูดไรฝุ่นติดบ้าน อุปกรณ์อย่าง MBK HM81W จัดได้ว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย น้ำหนักเพียง 1.2 กก. ทำให้สามารถพกพาไปทำความสะอาดในส่วนต่าง ๆ ของบ้านได้อย่างสะดวกสบาย แต่ถึงจะมีขนาดเล็ก แต่ความสามารถในการทำงานของตัวเครื่องดูดไรฝุ่น MBK HM81W กับไม่น้อยหน้าไปกว่าเครื่องดูดไรฝุ่นที่อยู่ในตลาด ด้วยคุณภาพในการทำงานโดยใช้ความร้อนจากหลอด UV สูงถึง 60 องศา ด้วยความร้อนระดับนี้จะสามารถทำให้กำจัดพวกเชื้อแบคทีเรีย ไรฝุ่น และเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ใช้งานสามารถมั่นใจได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ของคุณจะปลอดภัย และสะอาดได้อย่างหายห่วง 

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  10 อันดับ ที่ลับมีด ที่น่าใช้ที่สุด ในปี 2021

อีกทั้งตัวเครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นนี้ยังสามารถที่จะใช้กำจัดฝุ่นขนาดเล็กที่แฝงตัวอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์ส่วนลึกได้อีกด้วย รับรองได้ว่าเรื่องของการทำความสะอาดเครื่องดูดไรฝุ่นเครื่องนี้ไม่แพ้ใครแน่นอน ตัวเครื่องสามารถทำงานติดต่อกันได้มากถึง 30 นาที ทำให้พร้อมทำความสะอาดได้ยาว ๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องแบตเตอรี่ในการทำความสะอาด 

ข้อดี 

– น้ำหนักเบา ทำให้ถือทำความสะอาดได้ไม่ลำบาก

– หลอด UV สูงถึง 60 องศาช่วยกำจัดการแบคทีเรีย 

– ทำงานติดต่อกันได้มากถึง 30 นาที

ข้อเสีย

– ต้องใช้พลังงานจากการเสียบปลั๊กเพียงเท่านั้น 

4. Xiaomi Dust Mites Vacuum Cleaner

Xiaomi Dust Mites Vacuum Cleaner

แรงดูด: 12,000 Pa

น้ำหนัก: –

กำลังไฟ: 330 วัตต์

การเก็บฝุ่น: –

ลักษณะการจ่ายไฟ: ปลั๊กไฟ

เพิ่มเติม: แสง UV

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในแบรนด์เครื่องใช้ภายในบ้านอย่าง Xiaomi กลายเป็นอีกแบรนด์จากประเทศจีนที่น่าจับตามองเป็นพิเศษในช่วงนี้ เพราะมีการปล่อยของออกมาเรื่อย ๆ ที่รวมไปถึงเครื่องดูดไรฝุ่นตัวนี้ ที่มาพร้อมกับ UV – C ซึ่งจัดได้ว่าเป็นประเภทของรังสีที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดไรฝุ่น และสิ่งสกปรกได้ดีกว่ารังสีชนิดอื่นที่มีการใช้อยู่ในตลาด โดยฟังก์ชันในการทำงานของเครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นนี้มีความเหนือชั้นในหลายด้าน ไม่ว่าจะรอบหมุนของมอเตอร์ที่มีมาถึง 100,000 รอบต่อนาที และแรงดูด 12,000 Pa ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเรื่องของการทำความสะอาด เครื่องดูดไรฝุ่นนี้จะจัดการเก็บได้แม้กระทั่งฝุ่นที่มีขนาดเล็กที่มีขนาด 0.3 ไมครอนได้หายห่วง 

ด้วยน้ำหนัก และขนาดที่กะทัดรัดทำให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะพกพา และเข้าทำความสะอาดได้ในทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ตามซอก หรือมุมอับ อีกทั้งยังเป็นเครื่องดูดไรฝุ่นที่มีความน่าสนใจโดยเฉพาะในด้านงานออกแบบเป็นพิเศษ เนื่องจากมีงานออกแบบที่เน้นความเรียบหรู และใช้สีขาวเป็นหลักที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Xiaomi

ข้อดี 

– ราคาเข้าถึงได้ อีกทั้งคุณภาพสมราคา 

– ขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย 

– รอบหมุนของมอเตอร์ที่มีมาถึง 100,000 รอบต่อนาที และแรงดูด 12,000 Pa

ข้อเสีย

5. Jimmy JV11

Jimmy JV11

แรงดูด: มากกว่า 14,000 Pa

น้ำหนัก: 2.34 กก.

กำลังไฟ: 350 วัตต์

การเก็บฝุ่น: ฟองน้ำ

ลักษณะการจ่ายไฟ: ปลั๊กไฟ

เพิ่มเติม: แสง UV

หนึ่งในความเป็นห่วงของผู้ใช้งานหลายคนในการเลือกซื้อเครื่องดูดไรฝุ่น เนื่องจากตัวเครื่องดูดไรฝุ่นจะมีการปล่อยรังสี UV ออกมาเพื่อทำการกำจัดทั้งไรฝุ่น และสิ่งสกปรกที่ตาเปล่าไม่สามารถมองเห็นได้ แต่การใช้รังสีนี้นี่เองก็อาจมีการรั่วไหลทำให้ผิวหนังของผู้ใช้สัมผัสได้โดยตรงบ้าง แต่การเลือกใช้อุปกรณ์เครื่องดูดไรฝุ่นชิ้นนี้จะไม่เป็นในลักษณะนั้นแน่นอน ด้วยนวัตกรรมในการกักเก็บ และป้องกันการรั่วไหลของ UV ที่เข้าควบคุมได้ครอบคลุม 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้ใช้งานเอง และคนในครอบครัวที่รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตปลอดภัย และมั่นใจได้ทุกครั้งที่เปิดใช้งาน 

ยิ่งไปกว่านั้นตัวเครื่องดูดไรฝุ่นเองมีความน่าสนใจตรงที่มีการผนวกเทคโนโลยีอย่างระบบสั่นสะเทือนที่มีความถี่สูงมากถึง 14,000 ครั้ง/นาที เข้ามาเสริมบทบาทในการทำความสะอาดให้ได้ประสิทธิภาพเหนือการทำความสะอาดแบบเครื่องดูดไรฝุ่นทั่วไป ถ้าทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คุณกำลังมองหา เครื่องดูดไรฝุ่นอย่าง Jimmy JV11 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย 

ข้อดี 

– นวัตกรรมในการกักเก็บ และป้องกันการรั่วไหลของ UV

– ระบบสั่นสะเทือนที่มีความถี่สูงมากถึง 14,000 ครั้ง/นาที เสริมการทำความสะอาดยิ่งขึ้น 

ข้อเสีย

– ใช้พลังงานจากการเสียบปลั๊ก ที่ยากต่อการใช้งาน 

– มีเสียงรบกวนเล็กน้อยในการทำงาน 

6. Jimmy JV35

Jimmy JV35

แรงดูด: มากกว่า 14,000 Pa

น้ำหนัก: 2.6 กก.

กำลังไฟ: 700 วัตต์

การเก็บฝุ่น: ถ้วยกรอง

ลักษณะการจ่ายไฟ: ปลั๊กไฟ

เพิ่มเติม: แสง UV, แรงสั่นสะเทือน

ถ้าหากจะให้พูดถึงเครื่องดูดไรฝุ่นที่มีความสามารถในการดูดด้วยพลังมหาศาล หนึ่งในชื่อที่อยากมาแนะนำให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกันคือ Jimmy JV35 ที่เป็นอุปกรณ์จากทางค่าย Xiaomi Jimmy ที่รับรองในเรื่องของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านราคาย่อมเยา และของดี มีคุณภาพ โดยเครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นนี้เป็นการพัฒนามอเตอร์จากรุ่นก่อน ให้สามารถมีพลังในการดูดได้สูงยิ่งขึ้นผสานเข้ากับเทคโนโลยีอย่าง Ultra Silence ที่ทำงานได้ดี แต่ไร้เสียงรบกวน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถที่จะทำความสะอาดได้ทุกเวลา ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องของตัวเครื่องจะทำให้เกิดมลพิษทางเสียงกับคนในบ้าน 

ฟังก์ชันในการทำงานของตัวเครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นนี้มีความน่าสนใจอยู่ที่นำ UV ที่มีการใช้ฆ่าเชื้อ และกำจัดไรฝุ่น ที่มีระบบในการป้องกันการรั่วไหลของ UV ทำให้ในขณะใช้งานไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะมีผลกระทบต่อผู้ใช้ หรือสัตว์ ตัวเครื่องมีระบบในการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม และอยู่ในระดับสูงที่ได้มาตรฐานสากล ยิ่งไปกว่านั้นด้านแปรง และช่องดูดที่มีฐานกว้างเหมาะกับการทำความสะอาดบนเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดใหญ่ ทำให้ใช้เวลาน้อย และใช้งานง่าย 

ข้อดี 

– มีระบบในการป้องกันการรั่วไหลของ UV

– ได้มาตรฐานสากล

– ราคาย่อมเยา 

ข้อเสีย

– ยากต่อการเข้ามุมของวัตถุ เนื่องจากมีฐานในการทำความสะอาดที่กว้าง 

7. Deerma Dust Mites Vacuum Cleaner รุ่น CM800

Deerma Dust Mites Vacuum Cleaner รุ่น CM800

แรงดูด: 13,000 Pa

น้ำหนัก: 1.4 กก.

กำลังไฟ: 450 วัตต์

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  10 ตู้เย็น ยี่ห้อไหนดี ในปี 2021

การเก็บฝุ่น: ไส้กรอง

ลักษณะการจ่ายไฟ: ปลั๊กไฟ

เพิ่มเติม: แสง UV, แรงสั่นสะเทือน

เอกลักษณ์ของเครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นนี้คือ รูปลักษณ์ที่แปลกตา งานออกแบบที่ดูล้ำสมัย และแฝงมาด้วยความสามารถในการทำความสะอาดที่เหนือชั้น เกินระดับความสามารถของเครื่องดูดไรฝุ่นที่มีอยู่ในมาตรฐาน ด้วยฟังก์ชันในการทำงานที่ครบครัน แรงดูดสูงสุดถึง 13,000 Pa พร้อมกับ ความร้อนที่มากถึง 50 องศา ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมั่นในเรื่องการกำจัดไรฝุ่น และสิ่งสกปรกที่แอบแฝงอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างไร้กังวล ยิ่งถ้าคุณเป็นโรคภูมิแพ้ที่มีสาเหตุเกิดจากฝุ่น หรือละอองเกสร เครื่องดูดไรฝุ่นตัวนี้สามารถตอบโจทย์สำหรับคุณได้ดีทีเดียว 

เทคโนโลยีในการทำความสะอาดของเครื่องที่เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการใช้ระบบสั่นสะเทือนเข้าร่วม พร้อมกับแผ่นกรองถึง 2 ชั้น ทำให้การทำความสะอาดในแต่ละครั้งได้ประสิทธิภาพที่สูงสุดอยู่เสมอ ภายในเครื่องดูดไรฝุ่นมีพื้นที่ในการกักเก็บสิ่งสกปรกที่กว้าง ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องทำการถอด และเสียเวลาในการทำความสะอาดตัวถังเครื่องบ่อย ๆ 

ข้อดี 

– แรงดูดสูงสุดถึง 13,000 Pa

– กับ ความร้อนที่มากถึง 50 องศาช่วยกำจัดไรฝุ่นได้ดี 

– แผ่นกรองถึง 2 ชั้น

ข้อเสีย

– มีเสียงรบกวนในขณะที่เครื่องทำงาน 

8. HOMU Vacuum UV Cleaner

HOMU Vacuum UV Cleaner

แรงดูด: 10,000 Pa

น้ำหนัก: 1.75 กก.

กำลังไฟ: 400 วัตต์

การเก็บฝุ่น: ไส้กรอง

ลักษณะการจ่ายไฟ: ปลั๊กไฟ

เพิ่มเติม: แสง UV, แรงสั่นสะเทือน

เครื่องดูดไรฝุ่นราคากลาง แต่มาพร้อมกับฟังก์ชันที่ครบจบในตัวเดียว HOMU Vacuum UV Cleaner ก็จัดได้ว่าอยู่ในกลุ่มนี้แน่นอน เพราะราคาของตัวเครื่องอาจจะไม่ได้มองว่าเป็นราคาที่ถูก แต่เมื่อคุณได้รู้คุณสมบัติ และความสามารถของเครื่องดูดไรฝุ่นนี้แล้ว การลงทุนเพื่อสุขภาพ และเครื่องทำความสะอาดที่จะทำให้คุณห่างไกลจากโรคภูมิแพ้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยความสามารถของรังสีที่รุ่นนี้มีการเลือกใช้คือ UV-C ที่ได้รับงานวิจัยออกมาเพื่อยืนยันผลลัพธ์ว่าช่วยในการกำจัดไรฝุ่น และเชื้อโรคได้มากถึง 99% 

อีกทั้งยังมีแรงดูดที่มีพลังมากถึง 10,000 Pa ที่จะทำให้สามารถเก็บฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กมากเป็นพิเศษเข้าไปได้สบาย ๆ และที่สำคัญมีการปรับใช้เทคโนโลยีการสั่นสะเทือนที่สร้างแรงสั่นขนาดย่อม ให้ฝุ่นเกิดการสั่นไหว และดูดเก็บไปไว้ในช่องว่าง ซึ่งจะมีการกรองด้วย HEPA Filter ที่ช่วยกรองฝุ่นก่อนหนึ่งชั้น และสามารถถอดล้างได้เอง ทำให้การดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ในบ้านเป็นเรื่องง่าย และการรักษา หรือการทำความสะอาดตัวเครื่องดูดไรฝุ่นนี้เป็นเรื่องง่ายมากกว่าเสียด้วยซ้ำ 

ข้อดี 

– แรงดูดที่มีพลังมากถึง 10,000 Pa

– HEPA Filter ที่ช่วยกรองฝุ่นก่อนหนึ่งชั้น

– ถอดอุปกรณ์สำหรับการทำความสะอาดได้ง่าย 

ข้อเสีย

– ราคาที่สูงพอตัว 

9. Philips Mite Cleaner รุ่น FC6230

Philips Mite Cleaner รุ่น FC6230

แรงดูด: –

น้ำหนัก: –

กำลังไฟ: 450 วัตต์

การเก็บฝุ่น: ถ้วยกรอง

ลักษณะการจ่ายไฟ: ปลั๊กไฟ

เพิ่มเติม: แสง UV, แรงสั่นสะเทือน

การทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ฝังลึก เป็นหนึ่งในประโยคที่อาจจะอธิบายลักษณะการทำงานของเครื่องดูดไรฝุ่นนี้ได้ เนื่องจาก Philips Mite Cleaner รุ่น FC6230 นี้เป็นเครื่องดูดไรฝุ่นที่มีการใช้พลังงานที่ถือได้ว่ามากกว่าเครื่องดูดไรฝุ่น แต่สิ่งนี้ทำให้เรื่องการจัดการ หรือพลังดูดของตัวเครื่องมีพลังสูง พร้อมที่จะทำความสะอาดไรฝุ่น เชื้อโรค และแบคทีเรียต่าง ๆ ให้สะอาดยิ่งขึ้น ด้วยรังสี UV พร้อมกับแผ่นกรองแบบพิเศษที่มีเฉพาะรุ่น HEPA12 ที่ได้ทำการพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถทำการดักจับฝุ่นได้มาก 99.5% โดยเฉพาะฝุ่นที่มีอนุภาคขนาดเล็กมาก 

ตัวเครื่องมีขนาดที่ไม่เล็ก และไม่ใหญ่มาก ทำให้สามารถจับได้ง่าย ถนัดมือสามารถเข้าถึงได้ทุกมุมที่ยากต่อการเข้าถึง และตัวเครื่องดูดไรฝุ่นนี้ที่มีระบบเสริมอย่าง ระบบตบฝุ่นที่มีการใช้แผ่นสั่นสะเทือนที่จะทำการสร้างความถี่สูงเพื่อให้เกิดการกระทบกันไปมาของเครื่องกับวัตถุที่ต้องการทำความสะอาด ฝุ่นที่ติดอยู่กับวัตถุจะทำการสั่น และเครื่องจะทำการดูดเก็บทุกสิ่งสกปรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรียกได้ว่าเป็นความสามารถที่มาในรุ่นนี้ที่ทำให้เหล่าคุณแม่บ้านควรมีติดบ้านไว้สักเครื่อง เพราะถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องดูดไรฝุ่นที่ทำความสะอาดได้แม้จะมีสิ่งสกปรกฝังลึก Philips Mite Cleaner รุ่น FC6230 คือเครื่องดูดไรฝุ่นที่แนะนำ

ข้อดี 

– สามารถทำการดักจับฝุ่นได้มาก 99.5%

– จับได้ง่าย ถนัดมือ

ข้อเสีย

– เสียบปลั๊กในการทำงาน ซึ่งสายไฟมีความยาวจำกัด

10. Mister Robot Bed Vacuum Cleaner

Mister Robot Bed Vacuum Cleaner

แรงดูด: 12,000 Pa

น้ำหนัก: 1.4 กก.

กำลังไฟ: 500 วัตต์

การเก็บฝุ่น: ถ้วยกรอง

ลักษณะการจ่ายไฟ: ปลั๊กไฟ

เพิ่มเติม: แสง UV, แรงสั่นสะเทือน

ที่ผ่านมาอาจจะพบว่าเครื่องดูดไรฝุ่นที่มีขนาดเล็กอยู่มากแล้วในตลาดเครื่องดูดไรฝุ่น แต่สำหรับรุ่น Mister Robot Bed Vacuum Cleaner กลับมีขนาดที่เล็กเป็นพิเศษ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถที่จะทำการถือมือเดียวได้ พกพาง่าย สามารถเข้าได้ทุกส่วนของเฟอร์นิเจอร์ โดยตัวเครื่องดูดไรฝุ่นนี้มีพลังงานในการดูดชนิดที่เรียกว่า Super Power ที่เป็นลักษณะการดูดไรฝุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และในขณะที่เครื่องทำงานจะมีการปล่อย UV และพลังลมร้อนที่สูงถึง 60 องศา เพื่อทำการกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรีย และไรฝุ่นให้หมดไป

ในโหมดของการดูดฝุ่นก็เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน เพราะตัวเครื่อง Mister Robot Bed Vacuum Cleaner มีการใช้ระบบสั่นสะเทือนเล็กน้อย เพื่อให้ฝุ่นเกิดการดีดตัวขึ้น ก่อนที่จะทำการดูด และกรองผ่าน HEPA Filter เพื่อทำความสะอาดตามวัตถุที่ผู้ใช้ต้องการ ตัวเครื่องดูดไรฝุ่นนี้ใช้งานง่าย และที่น่าสนใจคือเครื่องเล็ก เหมาะกับทุกคน ทุกวัย และที่สำคัญไม่ส่งเสียงดังรบกวนในขณะที่เครื่องทำงานอีกด้วย 

อ่านบทความเกี่ยวข้อง  10 ไฟฉายแรงสูง พกพาง่าย ชาร์จได้จุ ประจำปี 2021

ข้อดี 

– มีการปล่อย UV และพลังลมร้อนที่สูงถึง 60 องศา

– ไม่ส่งเสียงดังรบกวน

– กรองผ่าน HEPA Filter

ข้อเสีย

ทั้งหมดนี้เป็นรายละเอียดของรายการจัดอันดับของเครื่องดูดไรฝุ่นทั้ง 10 รายการด้วยกัน หวังว่าสำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องดูดไรฝุ่นในปี 2021 นี้ ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณได้บ้างไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ดีเกณฑ์ในการเลือกซื้อเครื่องดูดไรฝุ่นควรจะพิจารณาจากลักษณะการใช้งาน ราคา และคุณสมบัติของตัวเครื่องดูดไรฝุ่น ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก ขนาด พลังในการดูด เพื่อให้ผู้ใช้งานได้เครื่องดูดไรฝุ่นที่เหมาะกับวัตถุที่ต้องการทำความสะอาด และเหมาะกับตัวคุณเองมากที่สุด